คำถามที่ใช้สัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

นับเป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นตุบๆ ทุกครั้งที่จะหางานทำเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะเรามักจะกลัวคำถาม และกลัวการตอบคำถามสัมภาษณ์งานของเราค่ะ วันนี้เราจึงมีตัวอย่างคำถามที่ต้องเจอแน่นอนมาฝากกันค่ะ

              1.) ขอให้คุณเล่าเรื่องของคุณสั้นๆ

เปิดคำถามมาก็มักจะกว้างเป็นแม่น้ำอย่างนี้ล่ะค่ะ คำถามนี้เจอแน่นอนและมักจะเป็นคำถามแรกเสมอ หากเจอสถานการณ์นี้เข้าไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติค่ะใจเย็นๆ ห้ามลนลาน แม้ในใจของคุณไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องของคุณตั้งแต่ช่วงไหนดี  เอาง่ายๆ แบบนี้ว่า ไม่ต้องเริ่มตั้งแต่อนุบาลค่ะ เริ่มแค่จากสมัยเรียนปริญญาตรีก็พอจ้า  การสัมภาษณ์งานเพื่อให้เขาได้รู้จักตัวเรามากขึ้นจากใบสมัครค่ะ และหากคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างแล้ว ก็เล่าถึงที่ทำงานในปีแรกจนถึงล่าสุด เพียงแค่บอกชื่อที่ทำงานและตำแหน่งงานก็พอนะคะ ที่เหลือเดี๋ยวกรรมการเค้าจะถามต่อเองจ้า

คำถามที่ใช้สัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

              2.) เพราะอะไร คุณถึงอยากร่วมงานกับเรา

เอาล่ะสิคะ คำถามยากแฮะ เป็นคำถามวัดปฏิภาณไหวพริบทีเดียวค่ะ เพราะนี่ไม่ได้มีคำตอบตายตัวนะคะ ความเป็นตัวเราล้วนๆ เลย ที่จะช่วยให้ผ่านด่านนี้ไปได้  แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ สิ่งที่เราแนะนำคือ ก่อนมาสัมภาษณ์งานคุณควรเข้าเวปบริษัทและอ่านข้อมูลมาโดยละเอียดค่ะ เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ก็งัดมันออกมาตอบได้เลย เช่น เพราะความมั่นคงของบริษัทซึ่งก่อตั้งมาแล้วกว่า 50 ปี (บลาๆๆๆๆ ก็ว่าไป) หรือ ชื่นชอบในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ว่า (จุดๆๆๆๆๆ อะไรก็ว่าไปค่ะ) เท่านี้ก็ได้ใจกรรมการเพิ่มแล้วจ้า

              3.) หากได้ร่วมงานกับเรา คุณจะพัฒนางานของคุณอย่างไร

คำถาม สัมภาษณ์งาน นี้หินไม่แพ้กันค่ะ อันนี้ขอแนะนำว่าให้ซ้อมตอบมาเลยนะคะ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานที่เราเดินไปสมัครค่ะ เพราะหากไม่ซ้อมรับรองว่าหน้างานมีการเอิ๊กอั๊กเลิกลั๊กให้เสียคะแนนแน่นอน

              4.) สะดวกในการเดินทางมาทำงานหรือไม่

คำถามนี้เหมือนจะตอบง่ายค่ะ แต่ห้ามตอบส่งๆ ไปเพียงเพราะอยากได้งานนะคะ เพราะกรรมการสัมภาษณ์งาน จะพิจารณาตั้งแต่เห็นที่อยู่เราจากในใบสมัครแล้วค่ะ ว่า โอ้โห!!! ที่บ้านกับที่ทำงาน อยู่กันคนละซีกโลกเลยนี่ หากเป็นเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่กรรมการจะตั้งคำถามค่ะ หากเราตอบว่าได้ไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง กรรมการก็จะมี Question ในใจนิดหน่อยแต่ไม่ได้คะแนนเพิ่มนะคะ แต่หากตอบว่า ถ้าได้งานก็จะหาที่พักใกล้ที่ทำงาน อันนี้มีเปอร์เซ็นต์สูงในการผ่านการพิจารณาค่ะ

              5.) คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่

นี่เป็นคำถามชี้ชะตา ว่าเราจะได้ร่วมงานหรือไม่นะคะ อุตส่าห์ตอบมาดีทั้งหมด หลายคนตกม้าตายตอนนี้ คือเรียกเงินเดือนสูงไปก็ไม่รอดนะคะ

ประสบการณ์ทำงานไม่มี จะสมัครงานได้ไหม

เป็นคำถามง่ายๆ แต่ทำให้หลายคนกังวลใจจนนอนไม่หลับเลยทีเดียวค่ะ เมื่อเกิดคำถามนี้ในใจ ให้คิดไว้เสมอค่ะ ว่าทุกคนย่อมมีการเริ่มต้น หากไม่นับหนึ่งแล้วจะเดินขึ้นไปสองได้อย่างไร จริงมั๊ยคะ ฉะนั้นแล้วถึงไม่มีประสบการณ์ก็สามารถสมัครงานได้แน่นอนค่ะ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเรื่องนึงก่อนค่ะว่า ในยุคปัจจุบันการแข่งขันสูงขึ้น เศรษฐกิจมีผลต่อผลกำไรของบริษัท นั่นหมายความว่ากำไรน้อยความสามารถในการจ้างคนที่ประสบการณ์ทำงานสูงย่อมน้อยตามไปด้วยค่ะ เพราะการจ้างงานต้องจ่ายเงินเดือนตามประสบการณ์ทำงาน ยิ่งประสบการณ์มาก ห้าปี สิบปี ยิ่งต้องจ้างแพงตามลำดับ หลายบริษัทจึงหันมาจ้างเด็กใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน เพราะนอกจากจะประหยัดงบได้แล้วเด็กใหม่ยังมีไฟในการทำงานสูงอีกด้วยค่ะ ที่เหลือก็ฝากความหวังไว้ที่รุ่นพี่ที่จะทำการสอนงานให้น้องใหม่ไปได้ถึงฝั่งฝัน

ประสบการณ์ทำงานไม่มี จะสมัครงานได้ไหม

 

นอกจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานนั้นๆ ค่ะ ว่าต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานหรือไม่ หากต้องการ ต้องการกี่ปี หากเราอยู่ในข่ายคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ พกความมั่นใจไปพร้อมกับเรซูเม่ได้เลย และหากบริษัทไหนที่ต้องการเด็กจบใหม่ ยิ่งเป็นโอกาสอันดีงามค่ะ เตรียมตัวเองให้พร้อมและไปสมัครงานได้เลย เพียงแต่ก่อนไป ก็เตรียมตัวเองสักนิดนะคะในการตอบคำถามคณะกรรมการ

ในส่วนของบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีประสบการณ์การทำงาน แล้วคณะกรรมการจะดูอะไรเป็นหลัก

1.) กิจกรรมที่ทำในสมัยเรียนค่ะ ต้องยอมรับว่ายุคปัจจุบัน จะเรียนดีเป็นเด็กเนิร์สอย่างเดียวไม่ได้แล้วนะคะ ต้องมีกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยด้วย เพราะไม่มีบริษัทไหนต้องการคนที่มานั่งทำงานอย่างเดียวค่ะ ในด้านทักษะอื่นๆ เช่น การบริหารจัดการ  ความรับผิดชอบในหน้าที่  การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  หรือการบริหารเวลา  การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่สำคัญที่บริษัทต้องการเช่นกัน หากไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่ประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย จะเป็นตัวสำคัญในการตอบโจทย์คณะกรรมการค่ะ

2.) ในระหว่างเรียนเราทำงานพิเศษอะไรมาบ้างหรือไม่  ซึ่งหากไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะคะ หากแต่ถ้ามีประวัติด้านการทำงาน พาร์ทไทม์ หรือการทำงานพิเศษอะไรมา คณะกรรมการย่อมจะพิจารณา ทักษะและความสามารถต่างๆ ของเราจากการทำงานเหล่านั้นแทน ถือว่าเป็นแต้มต่อที่เราได้มากกว่าใครเขาไปอีกหนึ่งสเตปค่ะ

ดังนี้แล้ว น่าจะคลายความกังวลใจลงไปได้บ้าง และเตรียมความพร้อม เตรียมความมั่นใจของเราให้ดี เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ที่มา : https://www.jobtopgun.com/

เตรียมตัวสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะสำหรับคำถามยอดฮิตนี้ ที่ทั้งนิสิตจบใหม่ หรือแม้แต่พี่เก่าที่เคยทำงานมาแล้วก็ตาม ยังคงมีข้อสงสัยอาจจะเนื่องด้วยสมัครงานมาแล้วหลายที่ก็ยังไม่โดนใจกรรมการซักที แน่นอนค่ะว่าเราน่าจะต้องบกพร่องเรื่องใดเรื่องหนึ่งถึงยังไม่ผ่านการพิจารณา แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ สำหรับพี่เก่าและรวมถึงน้องบัณฑิตใหม่ เพราะวันนี้เรามีทีเด็ดเคล็ดไม่ลับ นำมาฝากกันง่ายๆ ตามนี้เลยจ้า

1.) First Impression

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ทำไมต้องคำนึงถึง First Impression?? คำตอบคือสำคัญมากถึงมากที่สุดค่ะ เพราะ First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ ในข้อนี้ก็จะได้ใจกรรมการไปแล้ว 80% ค่ะ

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาดูกันก่อนว่า  เรา… กำลังเดินเข้าไปสมัครงานในตำแหน่งอะไร และตำแหน่งงานนี้น่าจะต้องการพนักงานที่มีบุคลิกภาพแบบไหน เช่น คล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน มั่นใจในตัวเอง เป็นต้น

หากตีโจทย์นี้ได้ เราจะสามารถพิชิตใจกรรมการได้แน่นอนค่ะ เพราะสิ่งนี้คือบุคลิกภาพภายใน ส่วนต่อไปคือบุคลิกภาพภายนอก อันดับแรกหลังจากที่ได้คำตอบแล้ว ต้องเช็คเสื้อผ้าหน้าผม ต้องเรียบร้อย แต่งหน้าน้อยๆ พองามเน้นที่ความสะอาด อันนี้ไม่เกี่ยวกับความสวยหรือไม่สวยอันเป็นมาแต่กำเนิดนะคะ

ย้ำนะคะ!! อย่าเดินเข้าไปสัมภาษณ์งานหากคุณมาแบบกระเซอะกระเซิงประหนึ่งนั่งวินถอยหลัง รับรองว่าสภาพนี้ตกรอบตั้งแต่ยังไม่ได้ตอบคำถามแรกค่ะ ในส่วนต่อมา คือการแต่งกาย ควรสวมชุดเรียบร้อย ผู้หญิงกระโปรงไม่สั้นจนเกินไป และควรใส่เสื้อสูทให้เรียบร้อย และห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ค่ะ

2.) เตรียมความเฉลียวฉลาดไปให้พร้อม

เมื่อตรวจสอบด้านกายภาพกันแล้ว ส่วนต่อมาคือ การเข้ามานั่งในห้องสัมภาษณ์งานค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมแน่นอนคือ เรซูเม่ (Resume) เตรียมเผื่อ 2 ชุดค่ะ เพราะบางที่ต้องการ 2 ชุด

หากเราเตรียมไปพร้อมก็แสดงถึงความรอบคอบและความพร้อมที่ต้องการจะทำงานของเราเช่นกันค่ะ (อย่าลืมนะคะ HR เค้าสังเกตทุกกระเบียดนิ้วค่ะ) สิ่งสำคัญอย่าลืมรูปถ่ายค่ะ บางที่อะลุ่มอล่วยให้นำมาวันหลังได้ แต่แน่นอนค่ะคุณโดนตัดคะแนนความรอบคอบไปแล้ว

การตอบคำถามต้องฉะฉาน ชัดเจน ที่สำคัญก่อนมาสัมภาษณ์ควรเข้าเวปไซท์ของบริษัทนั้นๆ แล้วศึกษาข้อมูลข้อบริษัทมาซักนิดนะคะ เช่น บริษัทนี้ทำเกี่ยวกับอะไร หากเราเดินเข้าไปสัมภาษณ์แบบไม่รู้เรื่องของที่ที่เราจะทำงานด้วยเลย นั่นแสดงว่าเราไม่ใส่ใจ ไม่ได้อยากจะทำงานที่นี่จริงค่ะ

และการตอบคำถามอย่างชาญฉลาดจะเกิดขึ้นได้ เราต้องซ้อมตอบคำถามค่ะ ตั้งเองตอบเองที่บ้านนี่ล่ะค่ะดีที่สุด เพราะเวลาตอบคำถามจริง เราจะไม่ลนลานจนเสียคะแนนค่ะ ถ้าจะให้ดีควรซ้อมหน้ากระจกและดูความมั่นใจของตัวเองไปด้วยนะคะ การตอบคำถามไปยิ้มไปจะทำให้บรรยากาศ Relax ไปถึงกรรมการด้วยค่ะ

ทำสองข้อนี้ได้ ก็มีชัยไปเกือบ 100 แล้วค่ะ ที่เหลือก็อยู่ที่การตอบคำถามคณะกรรมการแล้วนะคะ ว่าเราจะตอบโดนใจท่านๆ แค่ไหน

ก้าวสู่การเป็นพนักงานต้อนรับที่ดี ด้วยเทคนิคง่ายๆ 5 ประการ

งานบริการลูกค้า ในปัจจุบันมีความสำคัญมากเพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเพื่อให้มีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าและองค์กร ประกาศรับสมัครงานในเว็บไซต์สมัครงานมีเมนู หางาน บริการลูกค้า เพราะหลากหลายองค์การต้องการบุคลากรในด้านนี้ เดิมทีนั้นการบริการลูกค้า อาทิ งานพนักงานต้อนรับ อาจปฏิบัติงานตามสัญชาตญาณหรือมารยาทโดยทั่วไปแต่ในปัจจุบันนั้นการจะเป็นพนักงานต้อนรับที่ดีนั้นต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับองค์การ สะท้อนความเฉพาะตัวขององค์การถ่ายทอดไปให้ผู้รับบริการรู้สึกได้ จึงมีการอบรมกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่การฝึกบุคลิกภาพ การนำเสนอความเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการแสดงออกของพนักงานต้อนรับ ซึ่งแต่ละองค์การนั้นจะมีหลักสูตรเฉพาะ ของตนเอง ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์องค์การ แต่หากพูดถึงเทคนิคง่ายๆที่ทำให้งานบริการลูกค้าของพนักงานต้อนรับ มีประสิทธิภาพและสร้างความประทับใจได้นั้น มีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำกัน 5 ประการ ดังนี้

  1. มีทัศนคติที่ดี ต่อสายงานนี้ มองให้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของงานพนักงานต้อนรับ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเป็นหน้าตาของบริษัท เพราะเป็นคนแรกที่ลูกค้าติดต่อด้วยจึงควรแสดงถึงความร่าเริงและมีความสุขที่จะได้ทำงานบริการ การควบคุมอารมณ์ให้สุขุมพร้อมกับมือกับผู้ติดต่อที่มีความหลากหลาย
  2. พร้อมกล่าวคำทักทายอยู่เสมอ คือ ทักทายลูกค้าที่มาเยือนอย่างเป็นมิตรเสมอ แม้ว่าคุณอาจจะมีเรื่องที่ต้องสะสางก่อนมาอำนวยความสะดวกให้ผู้มาติดต่อ แต่เมื่อทำหน้าที่อยู่ อย่างน้อยก็ควรกล่าวทักทายพวกเขาก่อน เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ว่า คุณรู้แล้วว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ
  3. มีมารยาทและเคารพผู้อื่น ปฏิบัติกับทุกคนราวกับว่าพวกเขาเป็นคนสำคัญที่สุด การแสดงออกทางแววตาสีหน้าถึงความพร้อมในการให้บริการเป็นการซื้อใจผู้ที่มาติดต่อประสานงาน ในบางกรณีผู้ที่มาติดต่อมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อได้พบท่าทีที่เป็นมิตรความโกรธและขุ่นมัวจะลดลงได้ ยิ่งแสดงออกว่าสนใจรับฟังและพร้อมจะให้ทางออกหรือเสนอแนวทางช่วยเหลือยิ่งทำให้ได้ใจผู้มาติดต่อมากขึ้นไปอีก
  4. แต่งกายให้ดูดีตามข้อกำหนดขององค์การ รวมถึงแต่งกายที่เสริมบุคลิกภาพทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่มาติดต่อ  และสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณเอง เรื่องของการแต่งกายเพื่อเสริมบุคลิกภาพเป็นเรื่องของจิตวิทยาที่จะทำให้คุณมีพลังด้านบวกมากขึ้น
  5. อย่าทะเลาะกับคนที่โทรศัพท์มาหรือเข้ามาติดต่อประสานงานเด็ดขาด ควรที่จะระงับอารมณ์และตั้งสติให้ดี เพราะหากมีกรณีทะเลาะกันเกิดขึ้นเท่ากับคุณได้ทำหน้าที่บกพร่อง จะส่งผลเสียต่อการทำงานของคุณและภาพลักษณ์ขององค์การ กรณีมีแนวโน้มจะมีข้อขัดแย้งต้องพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์โดดเร็ว

 

โดยรวมแล้วผู้ที่จะมาเป็นพนักงานต้อนรับได้นั้นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีและมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์และจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า บุคลิกหน้าตาที่ดียังไม่เพียงพอต้องมีสติปัญญาไหวพริบด้วย สำหรับใครที่หางาน บริการลูกค้าอยู่ล่ะก็หากสนใจสายงานสิ่งที่ต้องฝึกให้มากคือ ทักษะการจัดการ และ การสื่อสาร

พนักงานต้อนรับ ส่วนงานสำคัญที่เป็นภาพลักษณ์ขององค์การ

 

หากคุณเป็นคนที่มีใจรักในงานบริการ และกำลังหางานบริการลูกค้า สายงานพนักงานต้อนรับ เป็นหนึ่งในงานที่น่าสนใจ  ผู้ปฏิบัติงานพนักงานต้อนรับ หรือ ที่เราเรียกกันว่า  Receptionist  คือผู้ที่ ทำหน้าที่ต้อนรับ หรือ รับรองแขก หรือผู้ที่เข้ามาในองค์กร ให้ข้อมูลสำหรับผู้ติดต่อสอบถาม ดำเนินการ ตลอดจนจัดสรร ประสานงาน อำนวยความสะดวก ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้มาติดต่อ จึงถือเป็นด่านหน้าขององค์การ ซึ่งถ้าทำหน้าที่ได้ดีก็จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์การดีไปด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ นั้น รับสมัครงานผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. จนถึงระดับปริญญาตรี เน้นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะดี  มีความอดทนอดกลั้นและรู้จักกาลเทศะ  มีไหวพริบในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดช่างสังเกตเรียนรู้ได้เร็ว  ควรทีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับสื่อสารได้ สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆได้ ที่สำคัญคือ มีความคิดและเข้าใจในเรื่องบริการ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ให้ความอบอุ่นและมีไมตรีจิตแก่ผู้มาติดต่อ

สำหรับผู้ที่หางานบริการลูกค้า และมีความสนใจงานพนักงานต้องรับ ควรการเตรียมความพร้อมก้าวไปสู่การเป็นพนักงานต้อนรับ ดังนี้

  1. ควรเข้ารับการฝึกอบรมการใช้เครื่องอุปกรณ์สำนักงานทุกประเภท และการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษในระดับ ที่สามารถสื่อสารได้ดี
  2. เข้าอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อพัฒนาความมั่นใจในตนเองการใช้ภาษาถ่วงท่า การแสดงออกที่เหมาะสม
  3. แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและประเภทธุรกิจขององค์กรที่ต้องการจะสมัครงานอย่างละเอียด

ในส่วนทักษะที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ ประกอบด้วย

  1. ทักษะการจัดการเป็นเลิศ สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใครที่ไม่สามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างเป็นระเบียบจะไม่สามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้นานนัก
  2. ทักษะการจัดการอารมณ์ เพราะต้องเป็นด้นหน้ารับผู้คนที่มาด้วยเรื่องดี และอาจต้องรับหน้าคนที่มีเรื่องร้องเรียนองค์กร การพบเจอลูกค้าที่มาติดต่อซึ่งมีบุคลิกลักษณะนิสัยที่ดีและไม่ดี พนักงานต้อนรับต้องปราศจากอคติและให้บริการอย่างเสมอภาคกัน
  3. ทักษะความรู้เรื่องเทคโนโลยี อาทิ การใช้โทรศัพท์ภายใน ทักษะคอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็น การใช้อีเมลและต้องใช้โปรแกรมพิมพ์งานได้อย่างคล่องแคล่ว การใช้อุปกรณ์สำนักงาน อาทิ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องปริ้นเตอร์
  4. มีทักษะการฟังที่ดี ภาระหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเป็นพนักงานต้อนรับคือ การรับฟังผู้อื่น ไม่ว่าจะการรับฟังทางโทรศัพท์ คำถามที่ลูกค้ากำลังถาม หรือข้อมูลที่ส่งผ่านมายังคุณ การมีทักษะการฟังที่ดีจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ทักษะการจับประเด็น และการสื่อสารที่ดี เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการรับสารเพื่อส่งสารต่อไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหากทำหน้าที่การสื่อสารบกพร่องอาจส่งผลเสียต่อการทำงานขององค์การในภาพรวม

สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยมีที่ไหนน่าสนใจไปสมัครงาน

 

ประกาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ องค์กรที่คว้ารางวัล Aon Best Employers สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศ ประจำปี 2018  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละองค์กรได้รับรางวัลนั้น เพราะเป็นองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่พนักงานด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าตื่นเต้นท้าทาย ผู้บริหารระดับสูงจะสามารถให้แนวทางในการบริหารงานในอนาคตได้อย่างชัดเจน มีวางกลยุทธ์ด้านผลตอบแทนที่ไม่ใช่เพียงตัวเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพอีกด้วย แบบนี้แล้วหากใครกำลังหางานอยู่ก็น่าจะไปยื่นสมัครงานกับองค์กรเหล่านี้จริงไหม  เพราะการมีนายจ้างที่ดี นำสิ่งดีๆมาสู่คุณทั้งคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าองค์กรที่คว้ารางวัล Aon Best Employers มีที่ใดบ้างตามมาดูกันเลย  12 องค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2018 นั้น ได้แก่

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 (Aon Best Employers Thailand 2018 ) สาขา Best Employer Thailand 2018 เป็นปีที่สอง และเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลที่สุดแห่งสุดยอดนายจ้างดีเด่น (Best of the Best)  บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ทำธุรกิจร้านอาหาร อันเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของชาวปิ้งย่าง อย่าง Bar B Q Plaza มีสมาชิกในองค์การกว่า 4,000 คน ให้บริการลูกค้าถึง 10 ล้านคนต่อปี ทั่วประเทศ มีสโลแกนว่าในการทำงานว่า     “เราจะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น”

บริษัท อเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัดยังได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2561 หลังจากที่ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนั้น อีก 10 องค์การที่ได้ รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 ได้แก่

  1. บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด
  2. บริษัท ซีพีแรม จำกัด
  3. บริษัท ดีเอชแอลเอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด
  4. บริษัท ฟิตเนสเฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด
  5. บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปจำกัด (มหาชน)
  6. บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
  7. โรงพยาบาลพญาไท
  8. บริษัท เอสเอพี ซิสเต็มส์ แอพพลิเคชั่นส์ แอนด์ โปรดักส์ อินดาต้า โปรเซสซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด
  9. เทสโก้ โลตัส
  10. บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

ส่วนองค์การที่ได้ รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นระดับโลก ประจำปี 2561 ได้แก่ กลุ่มโรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล  แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมริออท เวเคชั่น คลับ ประเทศไทย

การที่ทั้ง 12 องค์การได้รับรางวัลนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย รวมถึงองค์การที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับโลกนั้นก็เกิดจากการใช้แนวคิดใช้ใจในการดูแลพนักงาน ให้ความสำคัญต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน การได้รางวัลเช่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการสร้าง Branding ให้กับองค์การเพื่อที่จะดึงดูคนเก่งให้ไปสมัครงานกับองค์การ ในขณะเดียวกันในฐานะผู้สมัครงานก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมหากคุณอยากเข้าไปเป็นส่วนร่วมในองค์การที่ดีเช่นนี้ ต้องเตรียมความพร้อม ให้มีทักษะความสามารถทั้ง Hard Skill และ Soft Skill เพื่อจะได้เป็นผู้สมัครที่โดดเด่น

 

e-office เครื่องมือช่วยทำงาน สำหรับงานธุรการยุคใหม่

 

ทุกวันนี้การหางานไม่ว่าจะในตำแหน่งอะไรก็ตาม ก็มักระบุคุณสมบัติในเรื่องทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการทำงาน ให้เป็นคุณสมบัติสำคัญเพราะในยุคนี้คนต้องทำงานกับเทคโนโลยีให้ได้และใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนการทำงานให้แม่นยำ ลดเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพ ยิ่งในงานที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน งานอำนวยการความสะดวกให้ส่วนงานต่างๆอย่างงานธุรการด้วยแล้ว การใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า e-office  มีความสำคัญมาก หาคุณจะสมัครงานหรือหางานธุรการ นี่คือสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้

ปัจจุบันพนักงานธุรการและผู้ที่ต้องการหางานธุรการ ต้องมีความสามารถในการใช้ งาน e-office   และ เทคโนโลยีช่วยให้การติดต่อสื่อสาร ส่งข้อมูล ด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลายองค์การในปัจจุบันเป็น สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานไร้กระดาษ หรือสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และ e-office   ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและองค์การในหลากหลายมิติ อาทิ

  1. ช่วยให้ข้อมูล ข่าวสารถูกส่งไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความสามารถในการกระจายข่าวสารด้วยการส่งอีเมล ช่วยลดเวลาในการติดต่อสื่อสาร ประหยัดค่าโทรศัพท์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประโยชน์ในเรื่องความเร็วและเวลา
  2. ลดปัญหาเรื่องระยะทาง เพียงมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมโยงให้คุณสามารถทำงานเร่งด่วนนอกออฟฟิศ ได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่
  3. ลดปัญหาเอกสาร และการสิ้นเปลืองกระดาษ ทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ทราบข้อมูลข่าวสารโดยทั่วถึงกันโดยไม่ต้องสั่งพิมพ์เอกสาร ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร
  4. ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยระบบการจัดเก็บ เอกสารเป็นหมวดหมู่ ทำให้สามารถเรียกใช้เอกสารย้อนหลังได้ง่าย โดยใช้ระบบการค้นหาเอกสาร ซึ่งรวดเร็วและเป็นระเบียบกว่าการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษ ทั้งยังช่วยลดเนื้อที่ในการจัดเก็บเอกสารอีกด้วย
  5. สามารถจัดประชุมกลุ่มทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ผู้ใช้งานมากกว่า 2 คน สามารถติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์ในเวลาเดียวกัน หรือมากไปกว่านั้นอาจจัดประชุมทางไกลข้ามประเทศผ่านเสียงและจอภาพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของกลุ่ม ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาประชุมในที่เดียวกัน
  6. การประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรทำได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารหับองค์การที่อยู่นอกประเทศได้โดยเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย

ดังนั้นแล้วก่อนที่จะสมัครงานหรือหางานธุรการ คุณควรมีความรู้และทักษะในการใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับงานออฟฟิตพื้นฐาน ได้อย่างคล่องแคล่ว อาทิ  Word, Excel ,Powerpoint, Internet Explorer และจะดีมากหากมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเฉพาะทาง อาทิ โปรแกรมบัญชีProsoft WINSpeed  โปรแกรมสำหรับธุรกิจ SMEs อย่าง Prosoft myAccount  โปรแกรมบริหารงานบุคคล อย่าง Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารงานขายและ ลูกค้าสัมพันธ์ อย่าง Prosoft CRM  ตลอดจน ความสามารถในการเลือกใช้ และ การใช้ Social Media ที่เหมาะสม

อาชีพมาแรง น่าสนใจสำหรับนักศึกษาจบใหม่ยุค 4.0

การหางานทำเป็นสิ่งแรกๆที่นักศึกษาจบใหม่หลายคนคิด เมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วก็ต้องอยากใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนมาสร้างประโยชน์และรายได้  นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกอาชีพในอนาคต อาจลองพิจารณาให้หลุดจากกรอบเดิมของการหางานทำ อาทิ ในยุคนี้การทำงานข้ามสายงานที่เรียนมาเกิดขึ้นได้  การไม่ได้ทำงานตรงสายไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลายสายงานเปิดรับคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ที่ไม่ต้องจบมาโดยตรงและไม่กำหนดประสบการณ์ นี่จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้การหางานได้ผลมากขึ้น  อย่างอาชีพที่มาแรงสำหรับยุคนี้ที่เราอยากให้คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ พิจารณาตัดสินใจมองไปที่สายอาชีพต่างๆดังนี้

  1. นักวิเคราะห์ข้อมูลไอที ในยุค digital ที่ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ กลายเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าไปเสียแล้ว เพราะในปัจจุบันการดำเนินงานในธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ต้องอาศัยระบบไอทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องทุ่มงบประมาณมากมายในการวางระบบไอทีก็ตาม แต่ก็ทำงานได้ช้า เพราะขาดแคลนบุคลากรที่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำการวิเคราะห์ทางสถิติได้ ดังนั้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลกยังคงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านไอทีเป็นจำนวนมาก คุณไม่จำเป็นต้องจบสายตรงหากมีความสามารถในการเรียนรู้ก็สามารถทำงานนี้ได้
  2. นักการเงิน ทำหน้าที่ในการบริหารการเงินและการลงทุนทางการเงินขององค์กรหรือทำหน้าที่เป็นนักการเงินที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินให้ลูกค้าส่วนบุคคล คุณไม่ต้องจบการเงินมาโดยตรงแต่ต้องมีใบรับรองความสามารถหรือใบอนุญาตที่ต้องทำการอบรมและสอบเพื่อรับการรับรอง หามีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ดีจะช่วยในการคำนวณ การพยากรณ์ และการประมาณการต่างๆได้ดีขึ้นไปอีก หากเข้าใจการลงทุนด้วยแล้วการทำอาชีพนี้รับรองไปได้ไกล
  3. นักกิจกรรมจิตวิทยาบำบัด หรือ ผู้ให้คำปรึกษา  ในปัจจุบันผู้คนพบกับความเครียดและความกดดันกันง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นความต้องการนักกิจกรรมจิตวิทยาบำบัด สำหรับการให้คำปรึกษาทั้งในเรื่องชีวิตครอบครัว ชีวิตการทำงาน ก็ย่อมมีมากยิ่งขึ้น ผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ได้อาจไม่ต้องจบด้านจิตวิทยามาโดยตรงแต่ต้องผ่านการฝึกอบรมและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง หากคุณเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจเข้มแข็งและพร้อมจะช่วยเหลือผู้ตนการเดินทางสายอาชีพนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน
  4. การเป็นผู้ประกอบการ การมีธุรกิจเป็นของตัวเองในยุคนี้เป็นได้ง่ายขึ้น เพราการลงทุนบางอย่างใช้ทุนน้อยลงเนื่องจากมีเทคโนโลยีมาสนับสนุน  หากอยากที่จะพิสูจน์ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอออกมาเป็นสินค้าและบริการต่างๆ เพียงมีไอเดียใหม่ๆ ก่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้เช่นกัน หากคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทายและอยากพิสูจน์ตัวเองอาชีพนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

ฝากถึงคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ที่มีความฝัน มีการเลือกอาชีพและการเลือกว่าจะทำงานอะไรนั้นนอกจากเพื่อการประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องแล้วหากพิจารณาเลือกอาชีพที่มีส่วนในการสร้างคุณค่าให้สังคม อาชีพที่ทำโดยความสุจริต ก็จะดีไม่น้อยเลย เพราะอย่าลืมว่าพลังของคนรุ่นใหม่นั้นสามารถสร้างสรรค์ให้สังคมดีขึ้นได้ผ่านการทำหน้าที่ให้ดีในการประกอบอาชีพของตน

นักศึกษาจบใหม่ต้องเร่งฟิต พิชิตทักษะจำเป็นสำหรับการทำงานในยุคใหม่

คุณคือ นักศึกษาจบใหม่ ที่กำลัง หางานทำ และยังไม่ได้งานทำ ใช่หรือไม่ เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงไม่ได้งานนอกจากเหตุผลที่ว่าคุณขาดประสบการณ์ คุณเคยได้พิจารณาถึงทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคสมัยใหม่หรือไม่  และได้พิจารณาหรือไม่ว่าคุณยังขาดคุณสมบัติด้านใดบ้าง ในแต่ละครั้งที่คุณหางาน นักศึกษาจบใหม่ จงจำไว้ว่าการที่เรามีความพร้อมและยื่นใบสมัครไปด้วยความมั่นใจว่าเรานั้นมีทักษะที่ดี ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือในบรรดาคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ที่เตรียมตัวดีจะมีชัยมากกว่า อย่าได้รอช้าเรามาดูกันว่าทักษะอะไรที่นักศึกษาจบใหม่ควรมีเพื่อให้ได้งานทำ

  1. มีทัศนคติในเชิงบวก คนที่มีทัศนคติในเชิงบวกมักจะสามารถดึงดูดความสำเร็จเข้ามาในบริษัทได้มากกว่าคนที่มีความคิดในเชิงลบ อีกทั้งสามารถมองเห็นโอกาสและพัฒนาทางเลือกต่างๆเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดมูลค่าได้
  2. มีความอดทนหรือทนต่อแรงกดดัน คน Gen Y ถูกมองว่าที่มีความอดทนต่ำ ไม่มีความอดทนอดกลั้น หรือเอาตนเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เมื่อไม่ได้เป็นดั่งที่ต้องการก็เลือกที่จะลาออกไป ในทางกลับกันหากคุณมีความอดทนอย่างมีเหตุผลคุณจะเป็นตัวเลือกที่ดีขององค์การ
  3. ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ นอกจากที่เราจะต้องทำงานที่ได้มอบหมายให้ดีแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่เราไม่ควรลืมเลยก็คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมขององค์กร และเพื่อนร่วมงานเพราะองค์การต้องเดินหน้าด้วยการทำงานเป็นทีม
  4. การแก้ไขปัญหาและคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดได้ดี รวมถึงสามารถจัดการแก้ไขปัญหานั้นได้  สามารถคิดวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะเวลาอันสั้น อย่างคนที่มีสติ มีความรอบรู้ และมีความเป็นผู้นำ
  5. มีความสามารถรอบด้าน มี Multi-Skill สามารถทำงานข้ามสายงานได้ การที่เรามีความสามารถรอบด้านหรือหลากหลายนั้น จะทำให้เราเป็นเหมือนทรัพยากรที่มีค่าแก่องค์กรมากยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อีกด้วย
  6. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างจริงจัง ตั้งใจ และมุ่งมั่นทำงานให้ออกมาดีที่สุด และนอกจากนี้ยังรวมถึงเรื่องของงานที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมนอกเหนืองานที่เราต้องทำประจำอีกด้วย เราก็ควรที่จะทำให้ออกมาดีเช่นกัน และเต็มใจที่จะช่วยทำงานออกมาให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
  7. มีความรู้พื้นฐานในสายงานที่เกี่ยวข้อง และมีทักษะของการทำงานในยุคดิจิทัล เช่น  งานทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือ IT เพื่อช่วยทำให้การดำเนินงานสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ความรู้ทางด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

หากคุณสามารถพัฒนาทักษะที่กล่าวมาอยู่ในระดับที่ใช้ได้และไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อไป การได้งานทำก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเกินความสามารถ สู้ๆนะนักศึกษาจบใหม่ทุกคน

รวมสายงานเด่นเน้นความต้องการไปที่เด็กจบใหม่

คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ฟังทางนี้ หากคุณกำลังหางานที่ให้เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท และยินดีที่จะรับนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรีเข้าทำงาน มามุงกันตรงนี้เลย เราได้รวมเอา สายงานที่อ่าแขนรับคนที่ยังขาดประสบการณ์มาร่วมงานไว้ที่นี่แล้วถือเป็นโอกาสดีๆสำหรับคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ถนนของการทำงาน มาดูกันเลย แล้วเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสมัครงาน

1. สายงานขาย
โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือSales/AE มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 40,000 บาท Telesales มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 30,000 บาท งานบริการลูกค้า เช่น Call Center มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 20,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศ เช่น มีผลสอบ TOEIC ดีๆเช่นคะแนน 600 ขึ้นไป หรือผลวัดระดับภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาจีน ก็สามารถเรียกเงินเงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 18,000 – 25,000 บาท

2. งานบริการ
ในส่วนพนักงานต้อนรับ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 14,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น สามารถสื่อสารภาษาเกาหลีได้ (TOPIK 3 ขึ้นไป) เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 35,000 บาทเลยนะ

3. งานธุรการ
หันมาดูที่งานธุรการ/จัดซื้อ ที่ร่วมเอามีประเภทงานย่อยอย่างงานธุรการทั่วไปเข้าไว้ด้วย ก็น่าสนใจ เงินเดือนไม่มากแต่ได้ประสบการณ์โดย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท ส่วนงานประสานงานขาย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท
4. งานด้านเทคนิค
สำหรับช่างเทคนิค มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 20,000 บาท แต่ถ้ามีทักษะเฉพาะทาง เช่น สามารถซ่อมแผงวงจรได้ หรือมีพื้นฐานการติดตั้งลิฟท์ เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 20,000 – 25,000 บาท ในด้านช่างไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท

5. งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ
ซึ่งรวมเอาประเภทงานย่อย เช่น ฝ่ายผลิต/โรงงานไว้ด้วย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 16,000 – 20,000 บาท งานควบคุมคุณภาพ (QA/QC/QM) มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมจะได้เงินเดือนสูงขึ้นถึง 25,000 บาท

สำหรับพื้นที่ที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานนั้น ก็ต้องบอกว่างานนี้หลายคนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ และ ปริมณฑล เพราะมีงานเปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด รองลงมาคือในเขตภาคตะวันออก โดยจังหวัดที่มีงานมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จะเห็นได้ว่าเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ

อีกพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับเป็นแหล่งหางาน นักศึกษาจบใหม่สามารถศึกษาหาข้อมูลและสมัครงานในพื้นที่ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ที่กำลังมีความต้องการของแรงงานสูง ได้อีกแหล่งหนึ่ง หรือหากคุณเป็นคนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ยังพอหางานสำหรับเด็กจบใหม่ ได้ในจังหวัดขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี

เตรียมตัวสมัครงานราชการอย่างไร

ผู้คนจำนวนมากกำลังมองหางานราชการในวันนี้และถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านี้มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะมองก่อนที่คุณควรพิจารณาทั้งหมดก่อน เพื่อจะช่วยให้คุณได้รับงานราชการ.

ข้อควรพิจารณาเพื่อเตรียมตัวในการสมัครงานราชการ

1) คุณสมบัติผู้สมัคร: งานบางงานมีไว้สำหรับผู้สมัคร “สถานะ” เท่านั้นซึ่งครอบคลุมถึงทหารผ่านศึกการเลื่อนขั้นการทำบุญ (ผู้สมัครภายใน) โปรแกรมพิเศษอื่น ๆ คุณมีคุณสมบัติหรือไม่ หากคุณไม่มีคุณสมบัติไม่ต้องสมัคร กลั่นกรอง.

2) ประวัติความมั่นคง: การที่จะได้รับความเชื่อถือ มั่นคงอาจใช้เวลาหลายเดือน (หรือแม้กระทั่งนานถึงหนึ่งปี) ไม่ได้เป็นการสมัครงานที่จะไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้ง่าย

3) วันที่ปิดรับสมัคร: คุณไม่ต้องการสมัครงานเท่านั้นที่จะรู้ว่าวันที่สมัครได้ปิดคุณ?

4) ระยะทางสถานที่: คุณแน่ใจว่าคุณต้องการที่จะใช้งานราชการในประเทศ คุณไม่ต้องการที่จะทำทุกอย่างที่ทำงานแล้วพบว่าโพสต์ของคุณอยู่ที่ไหนสักแห่งที่คุณไม่ต้องการที่จะเป็น

5) สวัสดิการ: สวัสดิการงานราชการอาจมีความแตกต่างกัน ตามระดับชั้น กรมกอง จะขึ้นอยู่กับชุดของระบบการชำระค่าจ้างที่ซับซ้อน  อย่านำไปใช้กับงานตามสิ่งที่คุณต้องการที่จะได้รับการชำระเงิน, แต่ในความรู้ของคุณ, ทักษะความสามารถ ตำแหน่งที่คุณต้องการที่จะพิสูจน์ว่าคุณได้ทำงานประสบความสำเร็จในระดับชั้นซีต่างๆ

6) ประวัติการทำงาน: ห้าถึงเจ็ดหน้า คุณไม่คิดว่าบุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องการอ่านประวัติส่วนตัวของคุณ 20 หน้า

7) มีความละเอียดรอบคอบ: ฉันรู้ว่าคุณต้องการที่จะใส่ทุกอย่างและห้องครัวจมลงในประวัติส่วนตัวของคุณ—แต่คุณควรจะทำเช่นนั้นถ้ามันเกี่ยวข้อง หากงานปัจจุบันของคุณไม่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณกำลังสมัครโปรดอย่าใส่ลงในประวัติส่วนตัวของคุณ

8) คุณมีทักษะหรือไม่: อ่านทักษะที่จำเป็นและแบบสอบถามมืออาชีพของประกาศ หากคุณไม่สามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาว่าคุณมีทักษะที่พวกเขากำลังมองหาไม่ได้นำไปใช้.

9) ทำสรุปอย่างมืออาชีพ: รวมไว้ ทำให้เกี่ยวข้องกับงาน

10) กิจกรรมและทักษะพิเศษ: หากคุณมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกงานที่เกี่ยวข้องกับงานได้รับรางวัลหรือมีความสำเร็จเป็นพิเศษให้แน่ใจว่าได้รวมไว้ในประวัติส่วนตัวของคุณ

เทคนิคการต่อรองเงินเดือน ฉบับบัณฑิตป้ายแดง

สวัสดี บัณฑิตป้ายแดงที่เข้าสู่สังเวียนตลาดแรงงาน เป็นยังไงบ้างกับการหางาน นักศึกษาจบใหม่ก็คงต้องเหนื่อยสักหน่อย  ถึงแม้ยุคนี้จะมีอาชีพเกิดขึ้นมากมาย และ หลายอาชีพก็เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ เข้าร่วมงานด้วย แต่การจะเรียกเงินเดือนนั้น ก็อาจทำได้ไม่เต็มที่เพราะคำว่าเด็กจบใหม่นี่ล่ะ ที่ทำให้องค์การมองว่ายังไม่มีประสบการณ์ พอที่จะให้เงินเดือนในส่วนของค่าประสบการณ์ หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่หางานได้ แต่ได้เงินเดือนไม่เป็นที่พอใจจะทำยังไง เรามีข้อแนะนำมาบอกต่อ สามารถนำไปทดลองประยุกต์สำหรับต่อรองเงินเดือนได้เลย

  1. ต่อรองด้วยข้อมูล โดยที่คุณต้องรู้ว่าภาพรวมของธุรกิจเป็นอย่างไร อัตราเงินเดือนในสายงานของคุณมีการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำของตำแหน่งที่เราสมัครงานอยู่ที่เท่าไหร่  โดยสามารถหาข้อมูลเหล่านี้จากอินเทอร์เน็ต แล้วใช้ตัวเลขตั้งต้นนั้นในการต่อรองเงินเดือน รวมถึงพิจารณาลงไปที่ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อดูแนวโน้มธุรกิจ ข้อมูลเหล่านี้นำมาใช้ร่วมตัดสินใจในการเรียกเงินเดือนได้ด้วย
  2. รู้ตัวว่ามีดีอะไร ที่จะเอาคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์บางอย่างไปต่อรอบงเงินเดือน หาก มีทักษะภาษาอังกฤษ มีผลคะแนนทดสอบด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 หรือ 4 ที่มีความสำคัญต่อการทำงาน  มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ เคยเป็นประธานนักศึกษา เคยทำกิจกรรมค่ายอาสา เคยไป Work and Travel จงรู้ไว้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแข็ง และเป็น Value ที่สามารถนำมาต่อรองเงินเดือนให้เพิ่มขึ้นได้
  3. ระบุช่วงเงินเดือนที่มีความยืดหยุ่น การระบุเงินเดือนมาตรฐานเช่น 15,000 บาท เป็นตัวเลขที่แข็งเกินไปคุณอาจระบุ เงินเดือนเป็นช่วงเช่น 15,000-18,000 บาทเพื่อใช้ในการต่อรอง
  4. ยื่นขอเสนอขอปรับเงินเดือนเมื่อผ่านการทดลองงาน แม้เราจะบอกว่าเราเก่งและมีความพร้อมขนาดไหนก็ตามแต่การทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์สำคัญกว่า การเสนอเงินเดือนในเรทต่ำที่สุดที่เราพอใจและพ่วงขอเสนอว่าขอเพิ่มเงินเดือนเมื่อผ่านการทดลองงานอาจช่วยให้คุณได้งานได้ง่ายขึ้นและมีแนวโน้มได้ขึ้นเงินเดือน บางองค์กรมีการตกเบิกส่วนต่างให้ย้อนหลังด้วยซึ่งถือเป็นสิ่งดี เรื่องนี้ควรคุยกับผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจ

สุดท้ายฝากไว้ว่า คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ นอกจากจะมองตัวเงินเดือนให้พิจารณาสวัสดิการร่วมด้วย สำหรับเด็กจบใหม่ นอกจากเรื่องเงินเดือนแล้ว ควรพิจารณาสวัสดิการต่างๆ ก่อนตัดสินใจด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน   เรื่องของบรรยากาศโดยรวมของการทำงาน เป็นสิ่งสำคัญ บางองค์การให้เงินเดือนไม่มาก แต่สวัสดิการที่ดีช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถสร้างความมั่นคงได้ การมีบรรยากาศการทำงานที่ไม่ตึงเครียดและพร้อมให้คุณได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการมีกาแฟให้ดื่มฟรี มีอาหารกลางวัน ออฟฟิศมีบรรยากาศที่น่าทำงาน คนในองค์กรเป็นมิตรและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผู้ใหญ่รับฟังเสียงการแสดงความคิดเห็นของคุณสิ่งเหล่านี้อาจมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจทำงานมากกว่าการได้เงินเดือนเยอะๆแต่เจองาน เพื่อนร่วมงาน และองค์การที่ไม่ดีก็ได้นะ

 

รู้จักงานธนาคาร แบบ 360 องศา เพิ่มความมั่นใจก่อนการสมัครงาน

งานธนาคาร ถือว่าเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกว่ามีความมั่นคงสูง เป็นที่สนใจของนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่กำลังหางานเป็นอย่างมาก  ในเว็บไซต์หางาน มักพบว่า หัวข้อ “หางานธนาคาร” อยู่ในอันดับแรกๆของการค้นหา เสมอ

สำหรับงานธนาคารในยุคที่ธนาคารปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการไปมากกว่าการเป็นสถาบันการเงิน งานธนาคารจึงไม่ได้มีแค่เพียงบริการเปิดบัญชีและให้บริการรับฝาก – ถอนเพียงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วงานธนาคารมีอยู่หลายตำแหน่งที่ต้องการบุคลากรไปทำงานในส่วนนั้นๆ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการหางานธนาคารมีโอกาสเข้าสู่การทำงานในธนาคารได้มากขึ้น

เรามารู้จักกับโครงสร้างระบบงานธนาคาร กันก่อน เพื่อให้เข้าใจงานธนาคารมากขึ้น   งานธนาคารสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น งานบริการลูกค้า งานบริการด้านการเงิน งานบริการด้านการรับฝากและถอนเงิน สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ งานบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล งานบริการด้านเงินทุน ด้านหลักทรัพย์และอื่นๆอีกมากมาย

ผู้ที่ต้องการหางานธนาคาร  ต้องศึกษาถึงตำแหน่งที่เหมาะสมกับตนเอง และตรวจสอบว่ามีทักษะและความสามารถในด้านนั้นๆเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หาพิจารณากันตามสายงานหลักของงานธนาคารผู้ที่จบมาจาก คณะบริหารธุรกิจ,เศรษฐศาสตร์,วิทยาการจัดการ เช่น การเงิน การบัญชี และสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสายงานธนาคาร  ดูจะมีความสามารถตรงกับสายงานธนาคาร หากแต่ แท้จริงแล้วงานธนาคารเปิดกว้างให้คนที่จบทั้งสายวิทย์และสายศิลป์เข้าทำงานได้ เพราะบริการของธนาคารมีขอบเขตที่กว้างมาก

บริการของธนาคาร  ไม่ใช่แค่เพียงบริการลูกค้า ทำหน้าที่รับฝากและถอนหรือเปิดบัญชีเท่านั้น ยังต้องให้บริการทางด้านการเงิน ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินการลงทุน รับผิดชอบด้านการจัดทำรายการประจำวันเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน ทำประกันชีวิต ประกันภัยและการลงทุน ควบคุมและติดตามงานบัญชีลูกค้า ติดต่อประสานงานและให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลรายรับรายจ่ายของคู่ค้า รวมไปถึงวางแผนและวิเคราะห์ด้านการเงินและบริหารจัดการ รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและไม่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอขายให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่

หากคุณกำลังมองหางานธนาคาร คุณควรมีคุณสมบัติ ประกอบด้วย  มีทักษะความสามารถ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่ทำ  รักในงานบริการ มีทักษะด้านการบริการที่ดี เพราะงานธนาคารต้องพบเจอลูกค้าอยู่เสมอ มีความอดทนสูง ทั้งด้านการทำงานและแรงกดดันจากองค์กรและลูกค้า สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี มีความขยัน มุ่งมั่นในการทำงาน คล่องแคล่วและสามารถจัดการข้อมูล งานที่เกี่ยวข้องต่างๆ  มีความสามารถด้านการสื่อสาร การใช้ภาษาและที่สุภาพและชัดเจน บุคลิกภาพดี แต่งกายดูดีและมีความน่าเชื่อถือ มีทักษะด้านการบริการเพื่อที่จะให้ลูกค้าสนใจที่จะลงทุนกับธนาคาร และรักการเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตัวเองและก้าวให้ทันกับรูปแบบธุรกิจและการแข่งขันที่ไม่หยุดนิ่ง