คำถามที่ใช้สัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

นับเป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นตุบๆ ทุกครั้งที่จะหางานทำเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะเรามักจะกลัวคำถาม และกลัวการตอบคำถามสัมภาษณ์งานของเราค่ะ วันนี้เราจึงมีตัวอย่างคำถามที่ต้องเจอแน่นอนมาฝากกันค่ะ

              1.) ขอให้คุณเล่าเรื่องของคุณสั้นๆ

เปิดคำถามมาก็มักจะกว้างเป็นแม่น้ำอย่างนี้ล่ะค่ะ คำถามนี้เจอแน่นอนและมักจะเป็นคำถามแรกเสมอ หากเจอสถานการณ์นี้เข้าไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติค่ะใจเย็นๆ ห้ามลนลาน แม้ในใจของคุณไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องของคุณตั้งแต่ช่วงไหนดี  เอาง่ายๆ แบบนี้ว่า ไม่ต้องเริ่มตั้งแต่อนุบาลค่ะ เริ่มแค่จากสมัยเรียนปริญญาตรีก็พอจ้า  การสัมภาษณ์งานเพื่อให้เขาได้รู้จักตัวเรามากขึ้นจากใบสมัครค่ะ และหากคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างแล้ว ก็เล่าถึงที่ทำงานในปีแรกจนถึงล่าสุด เพียงแค่บอกชื่อที่ทำงานและตำแหน่งงานก็พอนะคะ ที่เหลือเดี๋ยวกรรมการเค้าจะถามต่อเองจ้า

คำถามที่ใช้สัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

              2.) เพราะอะไร คุณถึงอยากร่วมงานกับเรา

เอาล่ะสิคะ คำถามยากแฮะ เป็นคำถามวัดปฏิภาณไหวพริบทีเดียวค่ะ เพราะนี่ไม่ได้มีคำตอบตายตัวนะคะ ความเป็นตัวเราล้วนๆ เลย ที่จะช่วยให้ผ่านด่านนี้ไปได้  แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ สิ่งที่เราแนะนำคือ ก่อนมาสัมภาษณ์งานคุณควรเข้าเวปบริษัทและอ่านข้อมูลมาโดยละเอียดค่ะ เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ก็งัดมันออกมาตอบได้เลย เช่น เพราะความมั่นคงของบริษัทซึ่งก่อตั้งมาแล้วกว่า 50 ปี (บลาๆๆๆๆ ก็ว่าไป) หรือ ชื่นชอบในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ว่า (จุดๆๆๆๆๆ อะไรก็ว่าไปค่ะ) เท่านี้ก็ได้ใจกรรมการเพิ่มแล้วจ้า

              3.) หากได้ร่วมงานกับเรา คุณจะพัฒนางานของคุณอย่างไร

คำถาม สัมภาษณ์งาน นี้หินไม่แพ้กันค่ะ อันนี้ขอแนะนำว่าให้ซ้อมตอบมาเลยนะคะ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานที่เราเดินไปสมัครค่ะ เพราะหากไม่ซ้อมรับรองว่าหน้างานมีการเอิ๊กอั๊กเลิกลั๊กให้เสียคะแนนแน่นอน

              4.) สะดวกในการเดินทางมาทำงานหรือไม่

คำถามนี้เหมือนจะตอบง่ายค่ะ แต่ห้ามตอบส่งๆ ไปเพียงเพราะอยากได้งานนะคะ เพราะกรรมการสัมภาษณ์งาน จะพิจารณาตั้งแต่เห็นที่อยู่เราจากในใบสมัครแล้วค่ะ ว่า โอ้โห!!! ที่บ้านกับที่ทำงาน อยู่กันคนละซีกโลกเลยนี่ หากเป็นเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่กรรมการจะตั้งคำถามค่ะ หากเราตอบว่าได้ไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง กรรมการก็จะมี Question ในใจนิดหน่อยแต่ไม่ได้คะแนนเพิ่มนะคะ แต่หากตอบว่า ถ้าได้งานก็จะหาที่พักใกล้ที่ทำงาน อันนี้มีเปอร์เซ็นต์สูงในการผ่านการพิจารณาค่ะ

              5.) คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่

นี่เป็นคำถามชี้ชะตา ว่าเราจะได้ร่วมงานหรือไม่นะคะ อุตส่าห์ตอบมาดีทั้งหมด หลายคนตกม้าตายตอนนี้ คือเรียกเงินเดือนสูงไปก็ไม่รอดนะคะ

ประสบการณ์ทำงานไม่มี จะสมัครงานได้ไหม

เป็นคำถามง่ายๆ แต่ทำให้หลายคนกังวลใจจนนอนไม่หลับเลยทีเดียวค่ะ เมื่อเกิดคำถามนี้ในใจ ให้คิดไว้เสมอค่ะ ว่าทุกคนย่อมมีการเริ่มต้น หากไม่นับหนึ่งแล้วจะเดินขึ้นไปสองได้อย่างไร จริงมั๊ยคะ ฉะนั้นแล้วถึงไม่มีประสบการณ์ก็สามารถสมัครงานได้แน่นอนค่ะ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเรื่องนึงก่อนค่ะว่า ในยุคปัจจุบันการแข่งขันสูงขึ้น เศรษฐกิจมีผลต่อผลกำไรของบริษัท นั่นหมายความว่ากำไรน้อยความสามารถในการจ้างคนที่ประสบการณ์ทำงานสูงย่อมน้อยตามไปด้วยค่ะ เพราะการจ้างงานต้องจ่ายเงินเดือนตามประสบการณ์ทำงาน ยิ่งประสบการณ์มาก ห้าปี สิบปี ยิ่งต้องจ้างแพงตามลำดับ หลายบริษัทจึงหันมาจ้างเด็กใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน เพราะนอกจากจะประหยัดงบได้แล้วเด็กใหม่ยังมีไฟในการทำงานสูงอีกด้วยค่ะ ที่เหลือก็ฝากความหวังไว้ที่รุ่นพี่ที่จะทำการสอนงานให้น้องใหม่ไปได้ถึงฝั่งฝัน

ประสบการณ์ทำงานไม่มี จะสมัครงานได้ไหม

 

นอกจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานนั้นๆ ค่ะ ว่าต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานหรือไม่ หากต้องการ ต้องการกี่ปี หากเราอยู่ในข่ายคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ พกความมั่นใจไปพร้อมกับเรซูเม่ได้เลย และหากบริษัทไหนที่ต้องการเด็กจบใหม่ ยิ่งเป็นโอกาสอันดีงามค่ะ เตรียมตัวเองให้พร้อมและไปสมัครงานได้เลย เพียงแต่ก่อนไป ก็เตรียมตัวเองสักนิดนะคะในการตอบคำถามคณะกรรมการ

ในส่วนของบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีประสบการณ์การทำงาน แล้วคณะกรรมการจะดูอะไรเป็นหลัก

1.) กิจกรรมที่ทำในสมัยเรียนค่ะ ต้องยอมรับว่ายุคปัจจุบัน จะเรียนดีเป็นเด็กเนิร์สอย่างเดียวไม่ได้แล้วนะคะ ต้องมีกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยด้วย เพราะไม่มีบริษัทไหนต้องการคนที่มานั่งทำงานอย่างเดียวค่ะ ในด้านทักษะอื่นๆ เช่น การบริหารจัดการ  ความรับผิดชอบในหน้าที่  การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  หรือการบริหารเวลา  การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่สำคัญที่บริษัทต้องการเช่นกัน หากไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่ประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย จะเป็นตัวสำคัญในการตอบโจทย์คณะกรรมการค่ะ

2.) ในระหว่างเรียนเราทำงานพิเศษอะไรมาบ้างหรือไม่  ซึ่งหากไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะคะ หากแต่ถ้ามีประวัติด้านการทำงาน พาร์ทไทม์ หรือการทำงานพิเศษอะไรมา คณะกรรมการย่อมจะพิจารณา ทักษะและความสามารถต่างๆ ของเราจากการทำงานเหล่านั้นแทน ถือว่าเป็นแต้มต่อที่เราได้มากกว่าใครเขาไปอีกหนึ่งสเตปค่ะ

ดังนี้แล้ว น่าจะคลายความกังวลใจลงไปได้บ้าง และเตรียมความพร้อม เตรียมความมั่นใจของเราให้ดี เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ที่มา : https://www.jobtopgun.com/

เตรียมตัวสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะสำหรับคำถามยอดฮิตนี้ ที่ทั้งนิสิตจบใหม่ หรือแม้แต่พี่เก่าที่เคยทำงานมาแล้วก็ตาม ยังคงมีข้อสงสัยอาจจะเนื่องด้วยสมัครงานมาแล้วหลายที่ก็ยังไม่โดนใจกรรมการซักที แน่นอนค่ะว่าเราน่าจะต้องบกพร่องเรื่องใดเรื่องหนึ่งถึงยังไม่ผ่านการพิจารณา แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ สำหรับพี่เก่าและรวมถึงน้องบัณฑิตใหม่ เพราะวันนี้เรามีทีเด็ดเคล็ดไม่ลับ นำมาฝากกันง่ายๆ ตามนี้เลยจ้า

1.) First Impression

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ทำไมต้องคำนึงถึง First Impression?? คำตอบคือสำคัญมากถึงมากที่สุดค่ะ เพราะ First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ ในข้อนี้ก็จะได้ใจกรรมการไปแล้ว 80% ค่ะ

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาดูกันก่อนว่า  เรา… กำลังเดินเข้าไปสมัครงานในตำแหน่งอะไร และตำแหน่งงานนี้น่าจะต้องการพนักงานที่มีบุคลิกภาพแบบไหน เช่น คล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน มั่นใจในตัวเอง เป็นต้น

หากตีโจทย์นี้ได้ เราจะสามารถพิชิตใจกรรมการได้แน่นอนค่ะ เพราะสิ่งนี้คือบุคลิกภาพภายใน ส่วนต่อไปคือบุคลิกภาพภายนอก อันดับแรกหลังจากที่ได้คำตอบแล้ว ต้องเช็คเสื้อผ้าหน้าผม ต้องเรียบร้อย แต่งหน้าน้อยๆ พองามเน้นที่ความสะอาด อันนี้ไม่เกี่ยวกับความสวยหรือไม่สวยอันเป็นมาแต่กำเนิดนะคะ

ย้ำนะคะ!! อย่าเดินเข้าไปสัมภาษณ์งานหากคุณมาแบบกระเซอะกระเซิงประหนึ่งนั่งวินถอยหลัง รับรองว่าสภาพนี้ตกรอบตั้งแต่ยังไม่ได้ตอบคำถามแรกค่ะ ในส่วนต่อมา คือการแต่งกาย ควรสวมชุดเรียบร้อย ผู้หญิงกระโปรงไม่สั้นจนเกินไป และควรใส่เสื้อสูทให้เรียบร้อย และห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ค่ะ

2.) เตรียมความเฉลียวฉลาดไปให้พร้อม

เมื่อตรวจสอบด้านกายภาพกันแล้ว ส่วนต่อมาคือ การเข้ามานั่งในห้องสัมภาษณ์งานค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมแน่นอนคือ เรซูเม่ (Resume) เตรียมเผื่อ 2 ชุดค่ะ เพราะบางที่ต้องการ 2 ชุด

หากเราเตรียมไปพร้อมก็แสดงถึงความรอบคอบและความพร้อมที่ต้องการจะทำงานของเราเช่นกันค่ะ (อย่าลืมนะคะ HR เค้าสังเกตทุกกระเบียดนิ้วค่ะ) สิ่งสำคัญอย่าลืมรูปถ่ายค่ะ บางที่อะลุ่มอล่วยให้นำมาวันหลังได้ แต่แน่นอนค่ะคุณโดนตัดคะแนนความรอบคอบไปแล้ว

การตอบคำถามต้องฉะฉาน ชัดเจน ที่สำคัญก่อนมาสัมภาษณ์ควรเข้าเวปไซท์ของบริษัทนั้นๆ แล้วศึกษาข้อมูลข้อบริษัทมาซักนิดนะคะ เช่น บริษัทนี้ทำเกี่ยวกับอะไร หากเราเดินเข้าไปสัมภาษณ์แบบไม่รู้เรื่องของที่ที่เราจะทำงานด้วยเลย นั่นแสดงว่าเราไม่ใส่ใจ ไม่ได้อยากจะทำงานที่นี่จริงค่ะ

และการตอบคำถามอย่างชาญฉลาดจะเกิดขึ้นได้ เราต้องซ้อมตอบคำถามค่ะ ตั้งเองตอบเองที่บ้านนี่ล่ะค่ะดีที่สุด เพราะเวลาตอบคำถามจริง เราจะไม่ลนลานจนเสียคะแนนค่ะ ถ้าจะให้ดีควรซ้อมหน้ากระจกและดูความมั่นใจของตัวเองไปด้วยนะคะ การตอบคำถามไปยิ้มไปจะทำให้บรรยากาศ Relax ไปถึงกรรมการด้วยค่ะ

ทำสองข้อนี้ได้ ก็มีชัยไปเกือบ 100 แล้วค่ะ ที่เหลือก็อยู่ที่การตอบคำถามคณะกรรมการแล้วนะคะ ว่าเราจะตอบโดนใจท่านๆ แค่ไหน

อยากเป็น PHP programmer จะต้องมีอะไรติดตัวบ้าง ?

แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้มีอาชีพมากมายที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ งานบริการ งานถ่ายภาพ และยังมีงานไอทีอื่น ๆ ผมขอยกตัวอย่างเช่น PHP programmer เป็นอีกหนึ่งทางเลือกอาชีพที่ชื่นชอบในการเล่นคอมจะต้องรู้จุกกันดี แต่ว่าอาชีพนี้จะไม่ได้เล่นเกมนะครับ ? หน้าที่หลักของ PHP programmer ก็ตามชื่อเลยนั้นคือจะต้องดูแลเว็บไซต์ทั้งหมด ทั้งรูปแบบ การเพิ่มโค๊ดต่าง ๆ หรือ แม้แต่การทำฐานข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นหากใครคิดอยากจะ สมัคร งาน PHP programmer ละก็ลองดูนะครับว่าตัวเองมีสิ่งเหล่านี้หรือไม่

สมัคร งาน PHP programmer

1.ความขยันในการเรียนรู้

            แน่นอนว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นอะไรที่ใหม่ มีการอัพเดตตลอดเวลา นั่ง ๆ อยู่สักพักก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกมาแล้วดังนั้นเหล่า เว็บโปรแกรเมอร์จะต้องมีการหาความรู้ เพิ่มเติม หรือ หาความรู้ในเรื่องใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเองมากให้มากขึ้นนะครับ

2.มีความรู้

            แน่นอนว่าการจะสมัคร งาน PHP programmer นั้นถ้าคุณมาแต่ตัวคงไม่มีใครรับคุณแน่นอนดังนั้นคุณจะต้องมีความรู้ที่แน่นพอ ศึกษามาระดับหนึ่ง เพื่อมาโชว์ของให้เห็นว่า ตัวคุณก็มีความสามารถและความรู้ในการทำเว็บไซต์ หรือ ดูแลเว็บไซต์เหมือนกัน

3.มีความละเอียด

            อีกอย่างที่ขาดไปไม่ได้เหมือนกันเลยนั้นคือความละเอียด รอบคอบ ในการ สมัคร งาน PHP programmer เพราะอาชีพนี้นั้นจะอยู่กับคอมตลอดเวลา แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาใช้ในการทำเว็บนั้นก็ไม่ใช่ง่าย ๆ อย่างเช่นการเขียนโค๊ด HTML ที่เขียนผิดสักตัวเดียว โค๊ดก็จะไม่ขึ้นหน้าเว็บก็จะไม่แสดงผลและบอกเลยหากคุณไม่ละเอียด ไม่รอบคอบ คุณจะต้องหาตัวที่ผิดจากทั้งหมดอีกด้วย

4.ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

            อีกข้อที่สำคัญเลยนั้นคือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากครับ เพราะบางทีโค๊ดอาจจะเกิดความผิดพลาด จนทำให้เกิดบัคโปรแกรมเอาได้ทำให้หน้าเว็บแสดงผลเกิดความผิดพลาดหน้าที่ของเราจะต้องรีบแกไขสถาณการณ์ให้เป็นปกติที่สุด ซึ่งบางทีอาจจะต้องใช้ความสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

สำหรับใครอยากจะ สมัคร งาน PHP programmer นั้นขอแนะนำเบื้องต้นเลยนะครับให้ฝึกเขียนโปรแกรม หรือ เขียนโค๊ด HTML เบื้องต้นไว้ได้เลยครับเพราะผมคิดว่าอาชีพนี้น่าจะยังอยู่อีกนาน และแน่นอนหากมีทักษะ 4 ข้อนี้ด้วยแล้วผมเชื่อว่าท่านจะไปได้ใกลแน่นอน ใครที่อยากเริ่ม หรือ น้อง ๆ คนไหน สนใจที่จะทำงานในสายนี้ ก็ลองศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ก็ได้นะครับ รู้ก่อนก็ไม่เสียหาย ยิ่งเป็นเร็วยิ่งมีประสบการณ์ครับ

นักบริหารการเงินที่มีคุณภาพ ต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

นักบริหารการเงิน เป็นตำแหน่งสำคัญของทุกองค์กร ที่ช่วยในการกำกับและดูแลเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเงินในองค์กร เช่นการวางแผน การทำบัญชี และการตรวจสอบระบบการเงินขององค์กร ซึ่งงานที่เกี่ยวกับกรเงินก็ต้องอาศัยความรอบคอบที่สูงพอสมควร เพื่อให้ได้งานออกมามีคุณภาพ ลดการผิดพลาดน้อยที่สุด ผู้ที่เป็นเจ้าที่บริหารการเงิน จึงต้องมีความรู้ความสามารถในด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ไม่เช่นนั้นก็จะ หางาน finance ที่มีคุณภาพได้อย่าง ก่อนอื่นเราลองมาดูว่าหน้าที่ของการเป็นนักบริหารการเงินต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง ในองค์กรแต่ละองค์กร เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจตำแหน่งงานนี้ ได้สำรวยคุณสมบัติของตัวเอง

หางาน finance

1.วางแผนงาน

สามารถดูแลและจัดการระบบการเงินในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการจัดการวิเคราะห์งบประมาณของระบบการเงินในองค์กร เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยและเป็นระบบระเบียบ

2.การจัดทำรายงานด้านการเงิน

หากองค์กรต้องมีการซื้อขายสินค้ากับธุรกิจอย่างอื่น ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนักบริการเงินจะต้องทำการเสนอราคา และจัดทำรายงานการซื้อขายทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนให้ถูกต้อง

3.วางแผนการลงทุน

ผู้ที่ หางาน finance จะต้องสามารถวางแผนการลงทุนเกี่ยวกับการเงินได้อย่างเหมาะสม ทั้งการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว โดยใช้วิธีการประเมินราคาคำนวณตัวเลขต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจของผู้ที่ทำธุรกิจ

4.ทำสภาพคล่องทางการเงิน

เป็นหน้าที่หลักของนักบริหารการเงิน ที่จะต้องทำหน้าที่ในการจัดการงบต่างๆ ขององค์กรให้มีสภาพคล่องมากที่สุด สามารถที่จะจัดงบต่างๆ ให้เรียบร้อยไม่มีข้อบกพร่อง

จะเห็นว่าการเป็นนักบริหารการเงินนั้นต้องมีความรอบคอบและเป็นระเบียบไม่น้อย จะให้มีการผิดพลาดไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว และตำแหน่งการ หางาน finance ก็สำคัญกับทุงองค์กรด้วย ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการบริหารการเงิน จึงเป็นที่ต้องงการของตลาดทั่วไป สำหรับผู้ที่ต้องการอยากจะได้งงานที่ดี มีผลการตอบแทนจากองค์กรที่มากขึ้น มาดูว่าคุณสมบัติอะไรที่สำคัญต่อการเป็นนักบริหารการเงิน

1.มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

ผู้ที่จะเข้ามาทำงานเกี่ยวการเป็นนักบริหารการเงิน จะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถจริงเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น หากผู้ที่ทำตำแหน่งนี้ไม่มีความสามารถจริง ก็อาจจะทำให้บริการขาดทุนได้เลย

2.มีความรอบคอบสูง

การ หางาน finance ที่เกี่ยวกับเงินทุกอย่าง ต้องมีความรอบคอบที่สูง มีความละเอียดในการทำงาน โดยเฉพาะงาน ยิ่งเป็นตัวเลขที่สูงก็ยิงต้องระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด ผู้ที่จะทำตำแหน่งนี้ได้จึงต้องใจเย็น และละเอียดพอสมควร

3.มีทักษะในการบริหารเงิน

การวางแผนการเงินให้เป็นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการบริหารระบบการเงินให้มีคุณภาพ เพื่อให้องค์มีสภาพคล่อองทางการเงินดีอยู่ตลอดเวลา และยังจะเป็นการวางแผนการทำกำไรขององค์กรด้วย

4.มีทักษะการพูด

นักบริหารการเงินจะต้องมีทักษะในการโน้มน้าวผู้อื่นให้สามารถคล้อยตามได้ เช่นการนำเสนอแผนงานเกี่ยวกับการลงทุนให้เข้ามาลงทุนกับองค์กร

ทั้งหมดนี้ก็เป็นหน้าที่สำคัญและคุณสมบัติของการ หางาน finance ที่ดี ดังนั้นผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับการทำงานการเงงิน คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสิ่งที่ควรจะฝึกให้มีความชำนาญ

เทคนิคที่จะช่วยให้คุณหางานได้เร็วขึ้น

สิ่งที่ทุกคนต้องทำหลังจากออกจากรั้วหมาวิทยาลัยก็คือ การหางาน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน เพื่อเป็นการหาเงินเลี้ยงชีพและเลี้ยงครอบครัว ในการหางานนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน บางคนก็ใช้เวาไม่กี่วันก็ได้งานแล้ว แต่บางคนต้องใช้เวลาหลายเดือน หรือเป็นปีก็มีกว่าจะได้งานทำแต่ละแห่ง

หางาน

และการหางานได้เร็วหรือช้า ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่เรียนเก่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะหางานได้ง่าย แม้แต่คนที่มีผลการเรียนธรรมดา หากรู้จักเทคนิคคในการหางาน ก็จะได้งานโดยที่ไม่ต้องใช้เวลานานเกินไป ลองมาดูว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะเป็นในการหางาน ให้ได้เร็วกว่าเดิม

-เพิ่มความน่าสนใจ สิ่งแรกที่เราจะช่วยทำให้บริษัทประทับใจ และอยากจะได้เราเข้าร่วมงานด้วยก็คือ การทำเรซูเม่ให้ดูดีน่าสนใจ เพราะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บริษัทรู้จักเรา ก่อนที่จะเขียนเรซูเม่จึงต้องหาเทคนิคในการเขียนให้ดีเสียก่อน ว่าควรจะเขียนอย่างไรถึงจะมัดใจผู้อ่านได้แล้วเรซูเม่ก็จะเป็นใบเบิกทางให้เราได้เป็นอย่างดี

-เป็นตัวของตัวเอง เวลาที่ต้องไปสมัครงานบางคนก็มักจะคิดว่าการเป็นตัวของตัวเอง อาจจะทำให้คนอื่นไม่ชอบเรา จึงฝืนทำตัวให้เหมือนคนอื่น นั่นเป็นวิธีการที่ผิด ให้เราเป็นตัวของตัวเองนี่แหละจะดีที่สุด เพราะไม่ต้องฝืน ทางบริษัทจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราด้วยว่าเป็นคนอย่างไร หากใครที่ยังทำบุคลิกเช่นนี้อยู่ แนะนำว่าให้เปลี่ยนจะดีที่สุด

-เตรียมความพร้อมให้ดี หากคุณผ่านด่านแรกหางาน คือบริษัทเรียกสัมภาษณ์แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก่อนการไปสัมภาษณ์ก็คือ การเตรียมให้ดี ให้พร้อมกับการสัมภาษณ์ ลองดูว่าเราจะโดนถามอะไรบ้าง ควรจะต้อบคำถามเหล่านั้นอย่างไร และอย่าลืมทำการบ้านเกี่ยวกับสิ่งที่บริษัทที่เราไปสมัครงานเอาไว้ด้วย เพราะเขาต้องถามเรากลับมาแน่นอน

-สมัครหลายๆ ที่ การสมัครงานหลายๆ ที่ก็เหมือนกับการลงทุนนั่นเอง จะช่วยให้เรามั่นใจได้มากขึ้นว่าจะได้งานแน่นอน แถมยังมีสิทธิ์เลือกได้ด้วยว่าจะเลือกงานที่ไหน หากสมัครที่เดียวแล้วบริษัทนั้นไม่เลือกเรา ก็อาจจะทำให้ต้องเสียเวลามานั่งหางาน ใหม่อีก

-ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ การหางานในสมัยนี้ง่ายกว่ายุคก่อนเยอะเพราะมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วย เพียงแค่ใช้ให้เป็นเท่านั้น วิธีการก็เพียงแค่หางานในอินเตอร์เน็ต หรือจำทำการฝากเรซูเม่ของเราไว้กับเว็บฝากงานก็ได้ จะช่วยให้เรามีเปอร์เซ็นต์ได้งานเร็วขึ้นกว่าเดิม

เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้เราได้งานที่ต้องการเร็วกว่าเดิมแล้ว สำหรับใครที่ยังใช้วิธีการหางาน แบบเดิมๆ และยังไม่ได้งานสักที ลองเปลี่ยนวิธีการหางานใหม่ดูบ้าง เผื่อจะได้งานเร็วขึ้น ที่สำคัญพยายามติดตามข่าวสารของการสมัครงานของบริษัทต่างๆ อยู่เสมอ จะช่วยให้เราได้ตำแหน่งที่ต้องการขึ้น ไม่ต้องโดนคนอื่นแย่งไปก่อน

มาอัพเดตกันว่างาน การตลาด ในปัจจุบันมีตำแหน่งอะไรบ้าง

หลาย ๆ คนที่กำลังมองหางานการตลาด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝ่ายการตลาดนั้นอีกหนึ่งตำแหน่งที่เป็นดังหัวใจหลักของทุก ๆ บริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำงานด้าน การค้าขาย การบริการต่าง ๆ ฝ่ายการตลาดก็เป็นฝ่ายสำคัญที่จะทำให้บริษัทอยู่รอดได้ ยิ่งปัจจุบันในยุคของ Internet การตลาดออนไลน์นั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของฝ่ายการตลาดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากแล้วค่าใช้จ่ายยังน้อยการตลาดแบบออฟไลน์อีกด้วย วันนี้เราจะมาอัพเดตกันว่า งานการตลาดในปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

Perfect-digital-marketer-1280x720

  1. Strategic Planner หรือ Head of Digital Marketing

อันดับหนึ่งเลยคือ นักกลยุทธ์ หรือ หัวหน้าฝ่ายการตลาดดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นหัวหอกของฝ่านการตลาดดิจิทัล ที่มีหน้าที่ในการดำเนินการวางแผนการตลาดออนไลน์ทั้งหมด โดยคุณสมบัติของคนที่จะสามารถทำตำแหน่งนี้ได้คือ ต้องมีความเป็นผู้นำ มีความรู้ด้านการตลาดเป็นอย่างดี เพราะต้องวิเคราะห์ทิศทางการตลาดของบริษัทให้ตอบโจทย์กับยุคอยู่เสมอ ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของสังคม Social media และ สามารถใช้ Social media ได้เป็นอย่างดี

  1. Ads Manager

อันดับต่อมา คือ Ads Manager หรือ ผู้จัดการดูแลโฆษณา ต้องเป็นคนที่รู้วิธีการทำ โฆษณาใน social media ต่าง ๆ ทั้ง Facebook, Google และ อื่น ๆ โดยคุณต้องเป็นคนวางแผนการทำสื่อโฆษณาในทุก ๆ ไตรมาสของบริษัท รวมถึงวิเคราะห์ว่าแผนโฆษณานั้นจะคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปไหมอีกด้วย

  1. Marketing Admin/ Coordinator

หรือ ผู้ประสานงานทางการตลาด โดยคุณต้องความรู้ด้านการตลาดเป็นอย่างดี และ ที่สำคัญคือ เป็นคนที่สามารถประสานงานกับฝ่ายอื่น ๆ ได้ รวมทั้ง ประสานงานกับลูกค้าของบริษัท  ต้องเป็นคนที่สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และ มีทักษะการสื่อสารที่ดี

  1. Content Creator/ Graphic Design

ตำแหน่งนี้อาจจะรวม หรือ แยกกันนั้นก็แล้วแต่ละบริษัท โดยหน้าที่หลักคือ การทำงานเขียน หรือ สื่อออนไลน์ตามแผนงานของฝ่ายการตลาด ถือว่าเป็นงานฝ่ายผลิตของฝ่ายการตลาด ที่จะสื่อสารกับลูกค้า คนที่เหมาะกับตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และ สามารถทำงานตามแผนงานได้ มีทักษะการเขียนที่ดี หรือ มีทักษะการทำ Graphic ที่ดี ที่สำคัญคือ ต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี สามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านงานเขียน หรือ กราฟิกได้ และ ต้องเป็นคนที่อัพเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ของสังคมออนไลน์อยู่ตลอด

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับตำแหน่งด้านการตลาดในปัจจุบันที่นำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้ หากเพื่อน ๆ สนใจอยากหางานการตลาด ก็สามารถหางานการตลาดได้ง่าย ๆ ผ่าน เว็บไซต์หางานอย่าง www.jobtopgun.com ที่มีประกาศรับสมัครงานมากกว่า 6,100 ตำแหน่งทั่วประเทศ

ข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องมีใน Resume

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่กำลังหางานคงกำลังง่วนอยู่กับการทำ Resume ของตัวเองเพื่อไปยื่นในบริษัทที่สนใจ และแน่นอนว่า Resume เป็นดังประตูก้าวแรกที่จะตัดสินว่าเรามีโอกาสได้งานหรือไม่ได้งาน วันนี้เราเลยจะมาสรุปให้ฟังเน้น ๆ ว่าข้อมูลอะไรบ้างที่เราต้องใส่ให้เข้าตา HR แบบจัง ๆ

  1. ข้อมูลส่วนตัว: ซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อ – นามสกุล วันเดือนปีเกิด, ช่องทางติดต่อ (หลัก ๆ ควรจะมีเบอร์โทรศัพท์ และ Email), ประวัติการศึกษาโดยคร่าว ๆ และ ผลการศึกษา
  2. วัตถุประสงค์ในการทำงาน: ข้อนี้หลาย ๆ คนละเลยที่จะใส่ ซึ่งจริง ๆ แล้วข้อมูลตรงนี้แทบจะเป็นจุดที่ HR เกือบทุกบริษัทอยากรู้ ว่าเรามีเป้าหมาย หรือ วัตถุประสงค์ในการทำงานอย่างไร โดยเราอาจจะเรียบเรียงข้อมูลนี้เป็นย่อหน้าสั้น ๆ ไม่กี่ประโยคก็เพียงพอ แต่ที่สำคัญคือ ต้องได้ใจความ และ แสดงความตั้งใจของเราอย่างชัดเจน
  3. ประวัติการทำงาน/ฝึกงาน หรือ กิจกรรมตอนเรียน ที่เคยทำมา: ในข้อนี้เราไม่จำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลทั้งหมดที่เราเคยทำมา เพียงแต่คัดข้อมูลกิจกรรม หรือ งานที่คิดว่านำเสนอความเป็นเราได้อย่างชัดเจน และ ตอบโจทย์กับตำแหน่งงานที่เรากำลังสมัคร เช่น เราอาจจะใส่ประสบการณ์การขายของออนไลน์ หากเราต้องสมัครงานในตำแหน่งการตลาด เป็นต้น เพื่อให้ HR เห็นว่าเราผ่านประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาแล้ว
  4. ทักษะต่าง ๆ : ข้อนี้ถือเป็นการนำเสนอตัวเองว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยทักษะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งด้านภาษา ด้านการเขียน ด้านการพูด ด้านคอมพิวเตอร์ ด้านงานเอกสาร หรือ หากมีใบขับขี่ก็ควรจะระบุลงไปด้วยเช่นกัน เพื่อนำเสนอว่าตัวเองนั้นมีความสามารถและ ทำงานอะไรได้บ้าง
  5. จุดเด่น และ ลักษณนิสัยของเรา : สุดท้ายคือการโฆษณาตัวเองว่าเรามีลักษณะนิสัยในการทำงานอย่างไร อย่างเช่น เป็นคนมีความกระตือรือร้น, สามารถถทำงานเป็นทีมได้, มีใจรักงานบริการ เป็นต้น โดยเราไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลทั้งหมด หรือ โอ้อวดเกินจริง และ ควรใช้ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่เรายื่นไปด้วยเพื่อให้ HR เห็นว่าเราเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นจริง ๆ  

เพียงเพื่อน ๆ ใส่ข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วนก็สามารถเพิ่มโอกาสในการหางานได้อย่างแน่นอนค่ะ ที่สำคัญคือ ก่อนส่งอย่าลืมตรวจเช็คความถูกต้องของตัวสะกด และ ความเรียบร้อยโดยรวมด้วยนะคะ แต่หากใครกลัวจะตกหล่นข้อมูลอะไรไปเดี๋ยวนี้เราก็สามารถสร้าง resume ได้อย่างง่าย ๆ ที่ www.jobtopgun.com ที่มีโปรแกรมสร้าง Resume อย่าง Super resume ที่เพียงกรอกข้อมูลตามหัวข้อที่เว็บไซต์ได้ระบุไว้ก็สามารถสร้าง resume ได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวตกหล่นข้อมูลอะไรไป ที่สำคัญยังฝากข้อมูลไว้กับเว็บไซต์ให้ HR บริษัทต่าง ๆ เข้ามาดูข้อมูลได้ เรียกได้ว่ามีแต่ได้กับได้แน่นอนค่ะ