ก้าวสู่การเป็นพนักงานต้อนรับที่ดี ด้วยเทคนิคง่ายๆ 5 ประการ

งานบริการลูกค้า ในปัจจุบันมีความสำคัญมากเพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเพื่อให้มีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าและองค์กร ประกาศรับสมัครงานในเว็บไซต์สมัครงานมีเมนู หางาน บริการลูกค้า เพราะหลากหลายองค์การต้องการบุคลากรในด้านนี้ เดิมทีนั้นการบริการลูกค้า อาทิ งานพนักงานต้อนรับ อาจปฏิบัติงานตามสัญชาตญาณหรือมารยาทโดยทั่วไปแต่ในปัจจุบันนั้นการจะเป็นพนักงานต้อนรับที่ดีนั้นต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับองค์การ สะท้อนความเฉพาะตัวขององค์การถ่ายทอดไปให้ผู้รับบริการรู้สึกได้ จึงมีการอบรมกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่การฝึกบุคลิกภาพ การนำเสนอความเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการแสดงออกของพนักงานต้อนรับ ซึ่งแต่ละองค์การนั้นจะมีหลักสูตรเฉพาะ ของตนเอง ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์องค์การ แต่หากพูดถึงเทคนิคง่ายๆที่ทำให้งานบริการลูกค้าของพนักงานต้อนรับ มีประสิทธิภาพและสร้างความประทับใจได้นั้น มีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำกัน 5 ประการ ดังนี้

  1. มีทัศนคติที่ดี ต่อสายงานนี้ มองให้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของงานพนักงานต้อนรับ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเป็นหน้าตาของบริษัท เพราะเป็นคนแรกที่ลูกค้าติดต่อด้วยจึงควรแสดงถึงความร่าเริงและมีความสุขที่จะได้ทำงานบริการ การควบคุมอารมณ์ให้สุขุมพร้อมกับมือกับผู้ติดต่อที่มีความหลากหลาย
  2. พร้อมกล่าวคำทักทายอยู่เสมอ คือ ทักทายลูกค้าที่มาเยือนอย่างเป็นมิตรเสมอ แม้ว่าคุณอาจจะมีเรื่องที่ต้องสะสางก่อนมาอำนวยความสะดวกให้ผู้มาติดต่อ แต่เมื่อทำหน้าที่อยู่ อย่างน้อยก็ควรกล่าวทักทายพวกเขาก่อน เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ว่า คุณรู้แล้วว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ
  3. มีมารยาทและเคารพผู้อื่น ปฏิบัติกับทุกคนราวกับว่าพวกเขาเป็นคนสำคัญที่สุด การแสดงออกทางแววตาสีหน้าถึงความพร้อมในการให้บริการเป็นการซื้อใจผู้ที่มาติดต่อประสานงาน ในบางกรณีผู้ที่มาติดต่อมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อได้พบท่าทีที่เป็นมิตรความโกรธและขุ่นมัวจะลดลงได้ ยิ่งแสดงออกว่าสนใจรับฟังและพร้อมจะให้ทางออกหรือเสนอแนวทางช่วยเหลือยิ่งทำให้ได้ใจผู้มาติดต่อมากขึ้นไปอีก
  4. แต่งกายให้ดูดีตามข้อกำหนดขององค์การ รวมถึงแต่งกายที่เสริมบุคลิกภาพทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่มาติดต่อ  และสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณเอง เรื่องของการแต่งกายเพื่อเสริมบุคลิกภาพเป็นเรื่องของจิตวิทยาที่จะทำให้คุณมีพลังด้านบวกมากขึ้น
  5. อย่าทะเลาะกับคนที่โทรศัพท์มาหรือเข้ามาติดต่อประสานงานเด็ดขาด ควรที่จะระงับอารมณ์และตั้งสติให้ดี เพราะหากมีกรณีทะเลาะกันเกิดขึ้นเท่ากับคุณได้ทำหน้าที่บกพร่อง จะส่งผลเสียต่อการทำงานของคุณและภาพลักษณ์ขององค์การ กรณีมีแนวโน้มจะมีข้อขัดแย้งต้องพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์โดดเร็ว

 

โดยรวมแล้วผู้ที่จะมาเป็นพนักงานต้อนรับได้นั้นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีและมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์และจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า บุคลิกหน้าตาที่ดียังไม่เพียงพอต้องมีสติปัญญาไหวพริบด้วย สำหรับใครที่หางาน บริการลูกค้าอยู่ล่ะก็หากสนใจสายงานสิ่งที่ต้องฝึกให้มากคือ ทักษะการจัดการ และ การสื่อสาร

Please follow and like us:

เตรียมตัวสมัครงานราชการอย่างไร

ผู้คนจำนวนมากกำลังมองหางานราชการในวันนี้และถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านี้มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะมองก่อนที่คุณควรพิจารณาทั้งหมดก่อน เพื่อจะช่วยให้คุณได้รับงานราชการ.

ข้อควรพิจารณาเพื่อเตรียมตัวในการสมัครงานราชการ

1) คุณสมบัติผู้สมัคร: งานบางงานมีไว้สำหรับผู้สมัคร “สถานะ” เท่านั้นซึ่งครอบคลุมถึงทหารผ่านศึกการเลื่อนขั้นการทำบุญ (ผู้สมัครภายใน) โปรแกรมพิเศษอื่น ๆ คุณมีคุณสมบัติหรือไม่ หากคุณไม่มีคุณสมบัติไม่ต้องสมัคร กลั่นกรอง.

2) ประวัติความมั่นคง: การที่จะได้รับความเชื่อถือ มั่นคงอาจใช้เวลาหลายเดือน (หรือแม้กระทั่งนานถึงหนึ่งปี) ไม่ได้เป็นการสมัครงานที่จะไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้ง่าย

3) วันที่ปิดรับสมัคร: คุณไม่ต้องการสมัครงานเท่านั้นที่จะรู้ว่าวันที่สมัครได้ปิดคุณ?

4) ระยะทางสถานที่: คุณแน่ใจว่าคุณต้องการที่จะใช้งานราชการในประเทศ คุณไม่ต้องการที่จะทำทุกอย่างที่ทำงานแล้วพบว่าโพสต์ของคุณอยู่ที่ไหนสักแห่งที่คุณไม่ต้องการที่จะเป็น

5) สวัสดิการ: สวัสดิการงานราชการอาจมีความแตกต่างกัน ตามระดับชั้น กรมกอง จะขึ้นอยู่กับชุดของระบบการชำระค่าจ้างที่ซับซ้อน  อย่านำไปใช้กับงานตามสิ่งที่คุณต้องการที่จะได้รับการชำระเงิน, แต่ในความรู้ของคุณ, ทักษะความสามารถ ตำแหน่งที่คุณต้องการที่จะพิสูจน์ว่าคุณได้ทำงานประสบความสำเร็จในระดับชั้นซีต่างๆ

6) ประวัติการทำงาน: ห้าถึงเจ็ดหน้า คุณไม่คิดว่าบุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องการอ่านประวัติส่วนตัวของคุณ 20 หน้า

7) มีความละเอียดรอบคอบ: ฉันรู้ว่าคุณต้องการที่จะใส่ทุกอย่างและห้องครัวจมลงในประวัติส่วนตัวของคุณ—แต่คุณควรจะทำเช่นนั้นถ้ามันเกี่ยวข้อง หากงานปัจจุบันของคุณไม่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณกำลังสมัครโปรดอย่าใส่ลงในประวัติส่วนตัวของคุณ

8) คุณมีทักษะหรือไม่: อ่านทักษะที่จำเป็นและแบบสอบถามมืออาชีพของประกาศ หากคุณไม่สามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาว่าคุณมีทักษะที่พวกเขากำลังมองหาไม่ได้นำไปใช้.

9) ทำสรุปอย่างมืออาชีพ: รวมไว้ ทำให้เกี่ยวข้องกับงาน

10) กิจกรรมและทักษะพิเศษ: หากคุณมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกงานที่เกี่ยวข้องกับงานได้รับรางวัลหรือมีความสำเร็จเป็นพิเศษให้แน่ใจว่าได้รวมไว้ในประวัติส่วนตัวของคุณ

Please follow and like us:

พิชิตงานขายด้วยการพัฒนาความสามารถให้เหนือกว่าเซลล์ทั่วไป

งานขาย คือ หัวใจของการทำธุรกิจ หลายคนปฏิเสธงานขาย เพราะคิดว่ากดดัน ต้องทำยอด นั่นอาจเพราะคุณมองข้ามความท้าทายของงานขาย เมื่อเห็นประกาศรับสมัครงาน เกี่ยวกับงานขายจึงมองข้าม ในขณะที่บางคนนั้น มุ่งไปที่การ หางานขาย เพราะคนกลุ่มนี้รักที่จะทำอะไรที่ท้าทายและพร้อมสู่การเป็นนักขายมือทอง ที่ มากกว่าการเป็น “เซลล์ทั่วไป”

การพัฒนาตัวเองจาก เซลล์ทั่วไป ไปสู่ นักขายมือทอง หรือ เซลล์มืออาชีพใครว่าทำไม่ได้ ของแบบนี้อยู่ที่ประสบการณ์ พรสวรรค์ และ พรแสวง ข้อปฏิบัติเหล่านี้จะนำคุณไปสู่การเป็นเซลล์มืออาชีพ หากคุณกำลังมองหางานขาย หรือ หากคุณอยู่ในวงการเซลล์แล้วละก็นำข้อปฏิบัติเหล่านี้ไปปรับใช้ได้เลย

1. เซลล์มืออาชีพ จะดำเนินการขายอย่างมีขั้น มีตอน มีแผน ก่อนการออกไปพบเจอลูกค้า จะใส่ใจการแต่งตัว แต่งหน้า ทรงผม การเตรียมข้อมูลลูกค้าและสินค้า ตลอดจนศึกษาคู่แข่ง

2. ใช้เวลาฟังที่ลูกค้าพูดมากกว่าพูด จำไว้ว่าการขายของแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ใช่ทางออกที่ดีอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่มีบทสนทนากับลูกค้าคุณต้องรู้จักฟังในสิ่งที่ลูกค้าต้องการพูด แล้วนำมันมาเป็นข้อมูลในการขาย

3. ปรับทัศนคติ เกี่ยวกับการมองลูกค้า จากที่ลูกค้าคือคนที่คุณต้องพยายามขายสินค้าให้ได้ ให้มองว่า ลูกค้าคือคนสำคัญที่คุณต้องการให้ความช่วย และอำนวยความสะดวก ให้คิดว่าลูกค้าคือเพื่อน หรือคนในครอบครัวที่เราต้องการช่วยให้ความช่วยเหลือเขา

4. นำเสนอสินค้า ในรูปแบบที่สินค้า คือ “ทางออก” สินค้าคือสิ่งที่จะนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาที่ลูกค้าประสบอยู่ ทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าของสินค้า

5. อย่าคิดเอาเองว่าเข้าใจลูกค้า แต่ต้องอยากรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่าได้คิดไปเองว่าเรารู้จักลูกค้าดีพอจงสังเกต และใส่ใจทุกรายละเอียดของลูกค้าทั้งสีหน้า ท่าทาง การแต่งตัว คำพูดเพื่อจะได้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และจะง่ายต่อการเข้าถึงลูกค้า

6. เปิดกว้างรับฟังข้อแนะนำหรือข้อตำหนิ ลองปรับเปลี่ยนมุมมองว่า ที่ลูกค้าไม่ค้อยตาม หรือ เห็นต่าง หมายความว่าเขามีความสนใจในสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราเสนอ และสินค้าของเรา ถ้าคุณสามารถเคลียร์ปัญหาที่ลูกค้าคาใจได้ มันจะยิ่งช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นให้เขามีความต้องการสินค้า

7. ต้องคุมอารมณ์ได้ทุกสถานการณ์ ลูกค้าก็คือคนเหมือนกัน ต่างสังคม ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษาทำให้คุณอาจต้องเจอกับลูกค้าที่ทั้งดีมาก ดีน้อย ต่างกันไป

8. ขายของด้วยความจริงใจและให้ข้อมูลที่เป็นจริง การขายแบบใส่ไข่เพิ่มเติมความหรูหราใช้ไม่ได้แล้วในยุคที่ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ด้วยตัวเอง การขายของโดยการโอ้อวดสรรพคุณเกินไปจะส่งผลย้อนกลับมาทำลายโอกาสในการขายอย่างแน่นอน
หากคุณกำลังมองหางานขาย ในยุคที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ การเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนั้นแน่นอนว่าต้องพัฒนาทักษะด้านการขาย ทักษะการเข้าสังคม และปรับแนวคิดให้สอดคล้องกับการทำธุรกิจยุคใหม่ หากคุณทำได้ตำแหน่งนักขายมือทองไม่ใช่เรื่องเกินจริงอย่างแน่นอน

Please follow and like us:

คนรุ่นใหม่อย่าเพิ่งเมินหน้ากับงานราชการ หากรู้ว่าได้สวัสดิการอะไรบ้างต้องร้องว้าว

คนรุ่นใหม่อาจมองว่างานราชการนั้นไม่คลู ไม่ชิล ไม่ตอบโจทย์ชีวิต แต่อยากให้พิจารณาให้ดี ว่าการสมัครงานราชการนั้น คุณได้ทำเพื่อประเทศชาติ ได้ทำงานเพื่อสังคม และยังได้รับสวัสดิการที่ให้ความมั่นคงในการดำรงชีวิต อีกมากมาย หากคุณรู้แล้วอาจเปลี่ยนใจมาสมัครงานราชการกับมากขึ้นก็ได้ เรามาดู กันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1) ลาได้ด้วยเหตุที่หลากหลาย  ในแบบที่คนทำงานเอกชนไม่สามารถทำได้ เช่น ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงาน  ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ  ลาติดตามคู่สมรส  ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ

งานราชการ

2) ค่ารักษาพยาบาล ครอบคลุมทั้งบ้าน  ทั้ง ตัวเอง พ่อแม่  คู่สมรส และบุตรซึ่งเบิกได้ถึงบรรลุนิติภาวะ

3) มีเงินสวัสดิการช่วยเหลือการศึกษาของบุตรสําหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายคนที่ 1 ถึง คนที่ 3 ตามลําดับก่อนหลัง และอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์

4) ได้รับเงินสวัสดิการสำหรับการปฏิบัติงานประจำสำนักงานในพื้นที่พิเศษ เช่น ชายแดน หรือ พื้นที่ทุระกันดาร

5) มีโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ  เพื่อช่วยเหลือข้าราชการและลูกจ้างประจําให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ทั้งนี้ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ต้นทุนต่ำได้อีกด้วย

6) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และแสดงให้เห็นถึงความมานะและตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเป็นเกียรติแก่ตนเองและวงตระกูล

สมัครงาน งานราชการ

7) ได้รับเงินในรูปแบบของ บำเหน็จความชอบ และ บำเหน็จบำนาญ ประโยชน์เกื้อกูล

8) มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการให้  เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร  เดินทางไปราชการชั่วคราว เดินทางไปราชการประจำ  เดินทางกลับภูมิลำเนา  ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ  เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว  เดินทางไปราชการประจำในต่างประเทศ

9) ได้รับการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้มีเหตุจำเป็นในการเช่าบ้าน

10) ได้เงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการโดยนอกเวลาราชการในวันทำการเบิกได้  ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ๆ ละ 50 บาท   ในวันหยุดราชการเบิกได้  ไม่เกิน 7 ชั่วโมง ๆ ละ 60 บาท

11) มีรถประจำตำแหน่ง  สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ  รองหัวหน้าส่วนราชการ  หัวหน้าส่วนราชการขึ้นไป  ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง  เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง  และข้าราชการประจำในต่างประเทศ  เป็นต้น

12) มีโทรศัพท์ของทางราชการที่อนุมัติให้ใช้เป็นรายบุคคล  ทั้งโทรศัพท์พื้นฐานประจำบ้านพักและโทรศัพท์เคลื่อนที่

หากผู้สมัครงาน www.jobtopgun.com ท่านใดที่มีใจรักในการทำเพื่อผู้อื่น พร้อมที่จะเสียสละทำงานซึ่งอาจได้ค่าตอบแทนไม่มากเท่าเอกชน สนใจที่จะทำงานราชการก็ขอให้อุ่นใจและสบายใจได้ว่าท่านจะได้รับสวัสดิการที่ดีเป็นผลตอบแทนความเสียสละนั้น   ยิ่งคนรุ่นใหม่ด้วยแล้วความสามารถและทักษะของคุณจะสามารถช่วยให้งานราชการและการบริการประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้นอยากให้ลองพิจารณาอาชีพรับราชการเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไว้ด้วย

Please follow and like us:

วางแผนหางานอาชีพอิสระ ใช้ดีเพื่อชีวิตอิสระตามที่คุณหวัง

หลายคนที่ได้ยินได้ฟังคำปลุกใจที่ให้คุณก้าวออกจากความคุ้นชินเดิมๆ อย่าง อาชีพอิสระ เพื่อ อิสระทางการเงิน และชีวิตอิสระ  คนที่ได้ยินได้ฟังก็มักนึกถึง การที่ชีวิตดีขึ้น สถานนะการเงินดีขึ้น แต่ไม่ใช้ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จกับการหางานอาชีพอิสระ เช่น งานขาย การตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระ ควรพิจารณาอย่างรอบครอบ  หากกำลังมองหาอาชีพอิสระขอให้คุณพิจารณาดังต่อไปนี้

  1. ถ้าใครยังทำงานประจำอยู่ควรทำควบคู่ไปกับงานประจำก่อนอย่าเพิ่งลาออกมาทำเต็มตัวควรศึกษาข้อมูลและทดลองทำดูก่อน และก่อนที่จะลาออกมาทำเต็มตัวจงมั่นใจว่าคุณมีเงินใช้ต่อจากนี้อีก 6 เดือนอย่างที่จะไม่ลำบาก
  2. ถามตัวเองว่าชอบอะไรบ้าง เช่น ชอบอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยว ชอบต้นไม้ ชอบคุยกับผู้คน ชอบทำอาหาร ชอบเล่นกีฬา เรียงลำดับความชอบทั้งหมดว่าเราชอบอะไร มุ่งไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบว่าสามารถสร้างรายได้ได้อย่างไร
  3. วางแผนในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนั้นๆในด้านต่างๆ เช่น ขั้นตอนในการเริ่มต้น เงินลงทุน การบริหารงานในด้านการตลาด การผลิต การขาย การบริหารเงิน ศึกษาประสบการณ์ของผู้ที่ทำอาชีพนี้แล้วประสบความสำเร็จและเรียนรู้จากคนที่เคยทำอาชีพนี้และล้มเหลวมาก่อน การตัดสินใจเลือกอาชีพที่เราชอบ อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ความอิสระที่คุณกำลังตามหา แต่ขอให้ดูให้เหมาะสมกับเงื่อนไขที่เราต้องการ และมีความเป็นไปได้มากที่สุด
  4. คุณวางขอบเขตของคำว่า “อิสระ”ไว้ในระดับใด หากคำว่าอิสระคือไม่ต้องทำงานเช้าถึงเย็นเข้างานตามเวลา ทำสัปดาห์ละ 5-6 วัน คุณก็คงไม่ได้มองหางานประจำที่ทำในออฟฟิตแน่นอน น่าจะเป็นงานที่คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่กระทบกับคนอื่น หากมองว่าการทำงานอิสระของคุณคือการลงทุนในธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้เงินทำงานเพื่อจะได้มีอิสระทางการเงิน คุณก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าคุณมีต้นทุนพอที่จะลงทุนหรือไม่
  5. เมื่อเลือกอาชีพที่คุณคิดว่าจะนำคุณไปสู่ความอิสระ อาจจะทั้งเรื่องรายได้ เวลา การใช้ชีวิต ได้แล้ว จะเข้าสู่การวางแผนการเริ่มต้นทำอาชีพหรือธุรกิจ เป็นการลงรายละเอียดว่า ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เมื่อไหร่ อย่างไร ต้องศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องใช้งบประมาณเท่าไร่ หาจากแหล่งใด รวมไปถึงการคำนวณระยะคืนทุน ทั้งนี่ควรจะมีแผนสำรองรองรับกรณีที่แผนงานหลักไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

find-job

คนที่ต้องการหาอาชีพอิสระหรือ ฟรีแลนซ์ ต้องการออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ต้องวางแผนมากกว่าการหางานทั่วไปเพราะคุณกำลังจะเป็นผู้จัดการงานนั้นด้วยตัวเอง และต้องมีวินัยในการจัดการตัวเองด้วย ก่อนที่จะหางานอาชีพอิสระ จงวางแผนให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นชีวิตอิสระที่คุณใฝ่หาอาจเป็นกับดักที่ขังคุณเองก็เป็นได้    คิดไตร่ตรองให้ดี ปรึกษาผู้มีความรู้ หรือประสบการณ์ รวมถึงสำรวจภาระที่คุณต้องรับผิดชอบก่อนตัดสินใจ

Please follow and like us:

Content Creator เขาทำอะไร อยากสมัครงานตำแหน่งนี้ต้องมีคุณสมบัติอะไร?

ในยุคที่การตลาดเปลี่ยนโฉมไปไม่เน้นการขายที่ประโคมบอกลูกค้าว่าของดีอย่างไร ทำไมลูกค้าต้องซื้อ ของเราดีกว่าคู่แข็งยังไง จึงเกิดการตลาดที่เรียกว่า Content Marketing ขึ้นคือการนำเสนอ Content หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวพันธ์กับสินค้าและบริการเพื่อนำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และคนที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์เนื้อหา (Content) เหล่านี้ก็คือผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง Content Creator นั่นเอง อาชีพหรือตำแหน่งนี้ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่หรือแม้แต่คนทำงานอยู่แล้วมากขึ้น เราอยากให้คนหางานรู้จักกับบทบาทและคุณสมบัติของ Content Creator มากยิ่งขึ้นเพราะนี่อาจเป็นงาที่คนหางานหลายคนสนใจก็เป็นได้ การหางานในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องจบตรงสายที่เรียนมานี่อาจเป็นหนึ่งโอกาสการได้งานของคุณก็เป็นได้ มารู้จัก Content Creator กันเถอะ

คุณสมบัติทั่วไปของคนที่จะมาเป็น Content Creator งานโฆษณา ผู้ว่าจ้างบางคนอาจกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ในงานเขียนมาอย่างน้อย 1ปี และต้องมีผลงานด้านการเขียนบทความหรือเนื้อหามาพอสมควร แต่ก็มีหลายแห่งเปิดโอกาสให้คนที่สนใจส่งงานเขียนเข้าไปให้พิจารณาโดยไม่ต้องมีประสบการณ์ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์  ขอให้มีความสามารถด้านงานเขียนบทความ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ผู้ว่าจ้างตองการ เข้าใจในรูปแบบการเขียนบทความส่งเสริมการทำ SEO  ซึ่งเป็นการนำเสนอบทความบนเว็บเพจและ Social media ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของว่าจ้าง เข้าในในเรื่อง Target Customer และ Customer Centric Content

Content Creator ที่ดีต้องสนใจข่าวสาร ทั้งสาระ บันเทิง ความรู้รอบตัว สถานการณ์โลก สามารถจับกระแสปัจจุบัน และ โหนกระแสได้  ต้องชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ต และควรมีความสามารถในการเขียนบทความได้หลากหลายหมวดหมู่ และสื่อสารออกมาได้หลากหลายอารมณ์ เช่น บทความภาษาทางการ บทความที่อ่านสนุก บทความที่โน้มน้าวนำพาอารมณ์ให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วม   อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ควรมีเป็นอย่างมากคือ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองกับสิ่งใหม่ๆได้เสมอ เป็นคนกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา  รับแรงกดดันได้ดี ทำงานทันตามกำหนดเวลาที่มอบหมายได้   หากมีความสามารถแปลบทความภาษาอังกฤษจะขยายขอบเขตของงานได้มากขึ้นเพราะสามารถนำข้อมูลภาษาอังกฤษมาเรียบเรียงเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสร้าง Content ที่น่าสนใจได้  แม้ว่างานนี้คุณสามารถทำที่บ้านไม่ต้องเข้าออฟฟิตแต่ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เพราะต้องสื่อสารกับผู้ว่าจ้าง และทีม Content Creator คนอื่นๆ

หลายคนที่จบมาด้านภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ มักทำงานนี้ได้ดีเพราะเรียนมาโดยตรงแต่จริงๆแล้วงานนี้ไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษา บางคนที่ทำงานตามสายวิชาชีพต่างๆก็สามารถเป็น Content Creator ที่สร้างเนื้อหาตามความถนัด เช่น นักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์ ที่เขียนบทความการเงิน คุณหมอที่เขียนบทความด้านสุขภาพ ในด้านของค่าตอบแทนอาจเป็นชิ้นงานหรือบางครั้งจ้างเป็นเงินเดือน ซึ่งเงินเดือนอาจเริ่มต้นราว 18,000-20,000 บาทแต่บางคนสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนได้เลยทีเดียว

Please follow and like us:

5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 1]

ในปัจจุบันการ หางาน มีหลากหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า หลายๆคนมีการยื่นใบสมัครเอาไว้หลายๆที่ แต่ก็ยังไม่ได้รับเรียกสักที ซึ่งการยื่นใบสมัครไปหลายๆที่ มันยังไม่ได้ผลเท่ากับว่า เรายื่นใบสมัครไปแล้วทางฝ่ายบุคคลได้เห็นประวัติของเราหรอก

นั่นหมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าในบางครั้ง ใบสมัครของคุณอาจจะไปไม่ถึงฝ่ายบุคคลก็เป็นได้ เพราะในบริษัทใหญ่ๆมักจะมีการให้เราสมัครออนไลน์ไว้ในเว็บไซต์นั่นหมายความว่า เราต้องรอให้ฝ่ายบุคคลเข้ามาหาประวัติก่อนหางาน

ถึงจะมีโอกาส แต่ถ้าฝ่ายบุคคลไม่เข้ามา ใบสมัครของเราก็กองอยู่ตรงนั้นและในแต่ละวันก็มีคนมาสมัครงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายถึงเวลาที่เขาจะหาใบสมัครเราเจอ ก็อาจเป็นเวลาที่เราได้งานไปแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ในวันนี้ เราก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ 5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบันมาฝากกัน เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มาก็น้อยนะครับ

วิธีการแรก เลยก็คือ การฝากประวัติไว้ในเว็บไซต์สมัครงานทั่วไป อย่างเช่น jobtopgun เป็นต้น  แน่นอนว่าเป็นวิธีสุดคลาสสิกและยังได้รับผลดีในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางที่ฝ่ายบุคคลเอาไว้ค้นหามากที่สุดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้คุณจำเป็นจะต้องระบุรายละเอียดให้ชัด โดยเฉพาะที่อยู่ปัจจุบัน

เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายบุคคลมักจะค้นหาจากที่อยู่เป็นองค์ประกอบสำคัญนั่นเอง แน่นอนว่าวิธีการนี้ฟรี เราควรจะให้เวลามันสักหน่อยเพื่อให้ได้ข้อมูลของเราที่ครบครันมากที่สุด สำหรับวิธีการที่สองเลยก็คือ หน้าเว็บไซต์หรือหน้าแฟนเพจของบริษัท ในปัจจุบันหลายๆบริษัท ใช้ Facebook กันมากขึ้น

เพราะฉะนั้นแล้ว ก็มักจะมีประกาศรับสมัครงานไว้ที่หน้าแฟนเพจของตนเองไปเลย เมื่อเราเห็นประกาศรับสมัครงาน เราก็สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อส่งใบสมัครงานได้โดยตรงเลย วิธีการนี้ ทำให้เรามั่นใจว่า ตำแหน่งที่เขาโพสต์ลง เป็นตำแหน่งที่ทางบริษัทต้องการคนจริงๆ เมื่อเราส่งใบสมัครเข้าไปแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าถึงฝ่ายบุคคลอย่างแน่นอน

อ่านต่อ 5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 2]

Please follow and like us:

5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 2]

หางาน

สำหรับวิธีการที่สาม ก็คือ การฝากประวัติตนเองไว้กับเอเจนซี่จัดหางาน ในปัจจุบัน ตัวเราก็เหมือนสินค้าอย่างหนึ่งที่ มีคนสามารถนำไปหาเงินได้เหมือนกัน นั่นก็คือ บริษัทรับจัดหางานเอกชนต่างๆซึ่งมีฐานลูกค้าของเขาเองอยู่แล้ว

หากเป็นนักศึกษาจบใหม่ ส่วนมากมักจะเป็นตลาดแรงงานกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น แต่สำหรับผู้มีประสบการณ์จะมีตำแหน่งมากมายรองรับ เนื่องจาก บางบริษัทที่ไม่ใหญ่มาก เขาไม่มีฝ่ายบุคคลในส่วนการสรรหาพนันงานหรอก และอาจจะไม่มีการลงประกาศรับสมัครงานด้วยซ้ำ เพราะเขาใช้เอเจนซี่จัดหางานให้

การใช้เอเจนซี่ดีกับบริษัทด้วย เอเจนซี่จะมีการกรองผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติตรงและสัมภาษณ์เบื้องต้นด้วย สำหรับตัวเราแล้ว การฝากประวัติไว้กับเอเจนซี่ นอกจากจะฟรีแล้ว ยังจะได้รับคำแนะนำจากเอเจนซี่ในการสมัครงานอีกมากมายด้วย ทำไมเอเจนซี่ถึงใจดีแบบนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า หากทำให้คุณได้งานได้ พวกเขาก็ได้รับเงินค่าจ้างนั่นเอง  ถือว่าวินวินกันทั้งสองฝ่าย

วิธีการที่สี่ ก็คือ สำนักงานจัดหางานนั่นเอง การสมัครงานผ่าน สำนักงานจัดหางานหลายๆคนอาจจะมองว่าได้งานจริงหรือ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไม่แปลกที่หลายคนคิดแบบนั้น เพราะ ระบบการทำงานของสำนักงานจัดหางาน ถือว่า แย่มาก ถ้าเป็นบริษัทเอกชนก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามนี่คือฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด

ยังมีหลายๆบริษัท ที่เลือกจะไปค้นหาข้อมูลที่จัดหางาน นอกจากนั้นแล้ว เหตุผลที่เราแนะนำจัดหางานก็เพราะว่า หากคุณกำลังตกงานหรือเพิ่งลาออกจากที่เก่า และมีการจ่ายประกันสังคม คุณสามารถเช็คสิทธิ์ได้ว่า คุณจะได้รับเงินว่างงานหรือเปล่า เพราะส่วนหนึ่งของประกันสังคมที่เราจ่ายมีเรื่องของการว่างงานอยู่ด้วย

ในเมื่อยังไงคุณก็ต้องติดต่อหน่วยงานราชการนี้อยู่แล้ว ก็ไม่เสียหายที่จะไปลงว่างงาน หรือดูตำแหน่งงานที่อัพเดตของสำนักงานจัดหางาน ไม่แน่ว่าหากคุณโชคดี อาจจะหางาน ได้จากสำนักงานจัดหางานก็ได้เหมือนกัน

www.jobtopgun.com

สำหรับวิธีการที่ห้านั้น ก็คือ สมัครงานที่ ตลาดแรงงาน ในแต่ละปี จะมีมหกรรมจัดหางานขึ้นเยอะมาก ทั้งของภาครัฐและเอกชน โดยส่วนตัวแล้วเราแนะนำ ของเอกชน รวมไปถึงการจัดตามมหาวิทยาลัยมากกว่า เพราะ ตลาดแรงงานภาครัฐส่วนใหญ่แล้ว มักจะต้องการผู้สมัครในระดับแรงงานมากกว่า แต่ก็ลองไปดูได้เหมือนกัน อย่างที่บอกเมื่อข้อที่แล้วว่า

ถ้าคุณโชคดีอาจจะได้งานจากสำนักจัดหางานได้เหมือนกัน ถ้าเป็นตลาดแรงงานที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหรือเอกชน จะมีบริษัทค่อนข้างหลากหลายให้เราเลือก เราก็สามารถหย่อนใบสมัครไว้ได้ตามที่อยากหย่อนเลย หากบริษัทเหล่านั้นต้องการคนจริง ถึงอย่างไรก็ต้องมีติดต่อเรากลับมาบ้าง

เป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้ง 5 ช่องทางในการสมัครงานที่เรานำมาฝากกัน แน่นอนว่า ถ้าให้เราแนะนำคุณควรจะลองทำทั้งห้าข้อเลย เพราะมันก็ไม่ได้เสียเงินหรือมีค่าใช้จ่ายอะไร อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะบอกเสมอว่า โอกาสแรกของคุณก็คือ การสมัครงาน แต่ มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าคุณสมัครงาน แล้วพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ รวมถึง เมื่อมีโอกาสถูกเรียกไปสัมภาษณ์แล้ว กลับทำได้ไม่ดี จนไม่ได้งาน เพราะคนเราเมื่อมีโอกาสอะไรแล้วจงพยายามทำอย่างเต็มที่ที่สุด

 

Please follow and like us:

ใครกำลังหางานที่ไม่ต้องนั่งเบื่ออยู่ออฟฟิต คลิ๊กเลย

คนหางานบางคนต้องการงานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิต แต่ได้ออกไปพบปะผู้คนนอกสถานที่ แม้แต่งานที่สามารถทำที่บ้านได้ ถ้าคนกำลังมีความต้องการหางานอย่างที่ว่ามานี้ ต้องการเข้างานหรือมีความยืดหยุ่นในเรื่องสถานที่ทำงานเรารวบรวมงานที่ไม่ต้องนั่งจ่มอยู่ออฟฟิตมาให้คนหางานลองพิจารณากัน

1. อันดับหนึ่งที่ครอบแชมป์การทำงานนอกออฟฟิตแน่นอนว่าคืองานขาย

หรือที่เราเรียกกันว่า Sale หรือ Sale man นั่นเอง ถึงแม้ว่าในยุคดิจิทัลเราอาจไม่ต้องไปหาลูกค้าเพื่อพบเจอคุยกันแบบ Face-to-Face แต่สามารถคุยผ่าน Online Platform ได้แต่งานสายการขายนี้ก็มักจะไม่ต้องอยู่ออฟฟิตเพราะต้องไปสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้านอกสถานที่ ต้องออกไปพบเจอลูกค้าเพื่อนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ใครที่มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถที่จะโน้มน้าวใจคนได้ คุณเหมาะกับงานนี้ไม่น้อยเลย

2. นักแปลภาษาและงานล่าม

คุณไม่จำเป็นต้องประจำที่ออฟฟิต เพราะสามารถทำงานแปลและจัดส่งให้ทางองค์กรได้ด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เนต ในกรณีที่ต้องเข้าไปออฟฟิตนั้นก็เพียงครั้งคราวเช่นไปเป็นล่ามในที่ประชุม คนที่มีทักษะภาษาอังกฤษและภาษาที่สามอื่นๆนั้นมีโอกาสได้พบปะผู้คนหลากหลาย ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศและต่างประเทศ อาชีพนี้ไม่จำเป็นที่ต้องจบภาษาศาสตร์ก็สามารถทำได้แต่คุณควรมีประกาศนียบัตรรับรองความสามารถด้านภาษาติดตัวไว้จะดีมาก

3. งานนักเขียนบทความ

ที่เขียนบทความที่เน้นทำการตลาดออนไลน์ คุณคือผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดลูกค้าสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงมีอินเตอร์เนต และมีความรับผิดชอบทำงานตรงเวลา จะเขียนงานในร้านกาแฟ ริมชายหาด บนเขาก็ทำได้สบายๆ

4. กราฟิกดีไซน์

ให้คิดภาพตามถึงพี่ซันนี่ ใน Freelance นั่นเลนชีวิตกราฟิกดีไซน์ คุณมีหน้าที่การเปลี่ยนจินตนาการให้ออกมาเป็นชิ้นงาน ความต้องการของลูกค้าที่พูดมาล้านแปดจะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ด้วยฝีมือของคุณ การสร้างผลงานที่โดนใจลูกค้าต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สายงานนี้จึงมักไม่ค่อยทำงานอยู่ในบรรยากาศที่ไม่เอื้อให้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างออฟฟิตที่อาจจะมีกฎระเบียบ ยิ่งในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าแบบนี้คุณยิ่งสามารถทำงานและจัดส่งให้เจ้านายและลูกค้าได้แบบไม่ต้องเอาตัวเข้าไปในออฟฟิต

5. ออแกไนเซอร์จัดงานอีเว้นท์

หลายองค์กรเน้นการทำกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ งานเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ผ่านการจัดงานอีเว้นท์ด้วยฝีมือของเหล่าออแกไนเซอร์ คุณจะมีบทบาทในการวางแผนสร้างสรรค์กิจกรรม งานเตรียมการ วางแผนงบประมาณ การสร้างกิมมิคของงาน จัดการสถานที่ และดูแลความเรียบร้อยของกิจกรรมทั้งหมด ถ้าคุณคือนักจัดปาร์ตี้ที่เพื่อนๆยกนิ้วให้งานนี้ก็น่าจะเหมาะกับคุณ

Please follow and like us:

ก่อนจะเป็นบัณฑิตป้ายแดง คุณสร้างทุนทางสังคมตุนไว้แล้วรึยัง

หางานเมื่อเรียนจบ อาจช้าเกินไปก็ได้นะ คุณควรที่จะหาลู่ทางในการหางานตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ โดยสะสมทุนทางสังคมจะทำให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น

มาดูกันสิว่านักศึกษาทั้งหลายก่อนจบไปเป็นบัณฑิตป้ายแดงคุณควรต้องมีทุนทางสังคมอะไรบ้าง

อย่าปล่อยให้การฝึกงานเป็นแค่การฝึกฝีมือชงกาแฟ และรู้จักแค่เครื่องถ่ายเอกสาร

              การฝึกงานคือมีโอกาสแสดงฝีมือให้รุ่นพี่มืออาชีพได้สัมผัสตัวตน ความรู้ นิสัย ใจคอ ของนักศึกษา การเลือกสถานที่ฝึกงานนั้นสำคัญมาก หลายองค์กรที่เปิดโอกาสให้เด็กฝึกงานได้ทำอะไรมากมาย

บางแห่งให้ทุนในการทำโปรเจคบางอย่าง บางแห่งให้เด็กฝึกงานเข้าร่วมทีมทำงานจริงๆ  หาองค์กรเหล่านั้นให้พบและพุ่งตรงไปเลย ถ้ารู้ก่อนจะดีมากเพราะคุณจะสามารถพัฒนาตัวเองให้ตรงตามคุณสมบัติของเด็กฝึกงานที่องค์กรเหล่านั้นต้องการ

เมื่อได้เข้าไปแล้ว แสดงให้เขาเห็นว่าคุณมีความคิดสร้างสรรค์  ขยัน อดทน มีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายังไงบ้าง

มีพี่ๆหลายคนที่เฝ้าดูอยู่และพร้อมให้คำแนะนำ แน่นอนว่าองค์กรก็ได้ประโยชน์จากการได้ทดลองงานจริง และนักศึกษาก็ได้ประโยชน์เช่นกันงานนี้ win-win ทั้งสองฝ่าย

นอกจากนั้นการสร้างความประทับใจให้กับพี่ๆที่ร่วมเป็นพี่เลี้ยงรวมถึงนายจ้างนั้นจะทำให้คุณเป็นที่หมายตามากขึ้น คุณอาจจะข้ามขั้นคำว่าหางาน ไปสู่การได้งานเลยก็ได้

Network ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

สายสัมพันธ์ มีความสำคัญมาก จงการสร้างและสะสม รุ่นพี่ในคณะของคุณเมื่อจบแล้วไปทำงานในองค์กรถ้าคุณรู้จักรุ่นพี่ทำกิจกรรมร่วมกันมาก เคยไปช่วยงานในองค์กรของรุ่นพี่ หรือไปฝึกงานในองค์กรที่มีรุ่นพี่โอกาสจะดึงกันไปทำงานก็ง่ายขึ้น

เราไม่ได้บอกให้คุณเล่นพรรคเล่นพวก แต่กำลังบอกว่าจงใช้โอกาสที่ดีนี้แสดงฝีมือ งานบางอย่างต้องการความไว้วางใจ การเลือกคนที่เคยๆคนที่เห็นฝีมือกันมาก่อนย่อมดีกับองค์การมากกว่าการรับสมัครจากคนหางานที่เป็นคนนอกที่ไม่เคยเห็นฝีมือกันมาก่อน

นอกจากนั้นแล้วเวลาไปฝึกงาน คุณจะได้สร้างสายสัมพันธ์ทั้งกับคนในองค์กรและหาโชคดีได้พบเจอคนนอกองค์กร ก็อย่าได้ทิ้งโอกาสดีๆเหล่านี้ในการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี  เพราะนี่เป็นโอกาสในการได้พบเจอมืออาชีพในวงการ

รู้กาลเทศะให้ผู้ใหญ่เอ็นดู

สังคมไทยชอบเด็กที่อ่อนน้อม หากคุณมีบุคลิกที่อ่อนน้อมผู้ใหญ่จะเอ็นดู ในที่นี้ไม่ใช่การทำตัวประจบหรือแปลความไปในทางร้าย แต่กำลังบอกว่ากาลเทศะเป็นสิ่งสำคัญ

จงเป็นผู้ที่รักการเรียนรู้ และเป็นผู้ที่มีจิตใจอาสา ผู้ใหญ่ไม่ว่าอาจารย์ นายจ้าง เมื่อเห็นเด็กที่ตั้งใจทำดี มีสัมมาคารวะ ย่อมที่จะให้การสนับสนุน โอกาสในการอยากได้มาร่วมงาน หรือ แนะนำงานดีๆให้ย่อมมีมากเช่นกัน

Please follow and like us: