พนักงานต้อนรับ ส่วนงานสำคัญที่เป็นภาพลักษณ์ขององค์การ

 

หากคุณเป็นคนที่มีใจรักในงานบริการ และกำลังหางานบริการลูกค้า สายงานพนักงานต้อนรับ เป็นหนึ่งในงานที่น่าสนใจ  ผู้ปฏิบัติงานพนักงานต้อนรับ หรือ ที่เราเรียกกันว่า  Receptionist  คือผู้ที่ ทำหน้าที่ต้อนรับ หรือ รับรองแขก หรือผู้ที่เข้ามาในองค์กร ให้ข้อมูลสำหรับผู้ติดต่อสอบถาม ดำเนินการ ตลอดจนจัดสรร ประสานงาน อำนวยความสะดวก ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้มาติดต่อ จึงถือเป็นด่านหน้าขององค์การ ซึ่งถ้าทำหน้าที่ได้ดีก็จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์การดีไปด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ นั้น รับสมัครงานผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. จนถึงระดับปริญญาตรี เน้นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะดี  มีความอดทนอดกลั้นและรู้จักกาลเทศะ  มีไหวพริบในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดช่างสังเกตเรียนรู้ได้เร็ว  ควรทีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับสื่อสารได้ สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆได้ ที่สำคัญคือ มีความคิดและเข้าใจในเรื่องบริการ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ให้ความอบอุ่นและมีไมตรีจิตแก่ผู้มาติดต่อ

สำหรับผู้ที่หางานบริการลูกค้า และมีความสนใจงานพนักงานต้องรับ ควรการเตรียมความพร้อมก้าวไปสู่การเป็นพนักงานต้อนรับ ดังนี้

  1. ควรเข้ารับการฝึกอบรมการใช้เครื่องอุปกรณ์สำนักงานทุกประเภท และการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษในระดับ ที่สามารถสื่อสารได้ดี
  2. เข้าอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อพัฒนาความมั่นใจในตนเองการใช้ภาษาถ่วงท่า การแสดงออกที่เหมาะสม
  3. แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและประเภทธุรกิจขององค์กรที่ต้องการจะสมัครงานอย่างละเอียด

ในส่วนทักษะที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ ประกอบด้วย

  1. ทักษะการจัดการเป็นเลิศ สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใครที่ไม่สามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างเป็นระเบียบจะไม่สามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้นานนัก
  2. ทักษะการจัดการอารมณ์ เพราะต้องเป็นด้นหน้ารับผู้คนที่มาด้วยเรื่องดี และอาจต้องรับหน้าคนที่มีเรื่องร้องเรียนองค์กร การพบเจอลูกค้าที่มาติดต่อซึ่งมีบุคลิกลักษณะนิสัยที่ดีและไม่ดี พนักงานต้อนรับต้องปราศจากอคติและให้บริการอย่างเสมอภาคกัน
  3. ทักษะความรู้เรื่องเทคโนโลยี อาทิ การใช้โทรศัพท์ภายใน ทักษะคอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็น การใช้อีเมลและต้องใช้โปรแกรมพิมพ์งานได้อย่างคล่องแคล่ว การใช้อุปกรณ์สำนักงาน อาทิ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องปริ้นเตอร์
  4. มีทักษะการฟังที่ดี ภาระหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเป็นพนักงานต้อนรับคือ การรับฟังผู้อื่น ไม่ว่าจะการรับฟังทางโทรศัพท์ คำถามที่ลูกค้ากำลังถาม หรือข้อมูลที่ส่งผ่านมายังคุณ การมีทักษะการฟังที่ดีจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ทักษะการจับประเด็น และการสื่อสารที่ดี เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการรับสารเพื่อส่งสารต่อไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหากทำหน้าที่การสื่อสารบกพร่องอาจส่งผลเสียต่อการทำงานขององค์การในภาพรวม
Please follow and like us:

สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยมีที่ไหนน่าสนใจไปสมัครงาน

 

ประกาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ องค์กรที่คว้ารางวัล Aon Best Employers สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศ ประจำปี 2018  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละองค์กรได้รับรางวัลนั้น เพราะเป็นองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่พนักงานด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าตื่นเต้นท้าทาย ผู้บริหารระดับสูงจะสามารถให้แนวทางในการบริหารงานในอนาคตได้อย่างชัดเจน มีวางกลยุทธ์ด้านผลตอบแทนที่ไม่ใช่เพียงตัวเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพอีกด้วย แบบนี้แล้วหากใครกำลังหางานอยู่ก็น่าจะไปยื่นสมัครงานกับองค์กรเหล่านี้จริงไหม  เพราะการมีนายจ้างที่ดี นำสิ่งดีๆมาสู่คุณทั้งคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าองค์กรที่คว้ารางวัล Aon Best Employers มีที่ใดบ้างตามมาดูกันเลย  12 องค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2018 นั้น ได้แก่

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 (Aon Best Employers Thailand 2018 ) สาขา Best Employer Thailand 2018 เป็นปีที่สอง และเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลที่สุดแห่งสุดยอดนายจ้างดีเด่น (Best of the Best)  บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ทำธุรกิจร้านอาหาร อันเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของชาวปิ้งย่าง อย่าง Bar B Q Plaza มีสมาชิกในองค์การกว่า 4,000 คน ให้บริการลูกค้าถึง 10 ล้านคนต่อปี ทั่วประเทศ มีสโลแกนว่าในการทำงานว่า     “เราจะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น”

บริษัท อเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัดยังได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2561 หลังจากที่ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนั้น อีก 10 องค์การที่ได้ รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 ได้แก่

  1. บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด
  2. บริษัท ซีพีแรม จำกัด
  3. บริษัท ดีเอชแอลเอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด
  4. บริษัท ฟิตเนสเฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด
  5. บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปจำกัด (มหาชน)
  6. บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
  7. โรงพยาบาลพญาไท
  8. บริษัท เอสเอพี ซิสเต็มส์ แอพพลิเคชั่นส์ แอนด์ โปรดักส์ อินดาต้า โปรเซสซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด
  9. เทสโก้ โลตัส
  10. บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

ส่วนองค์การที่ได้ รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นระดับโลก ประจำปี 2561 ได้แก่ กลุ่มโรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล  แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมริออท เวเคชั่น คลับ ประเทศไทย

การที่ทั้ง 12 องค์การได้รับรางวัลนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย รวมถึงองค์การที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับโลกนั้นก็เกิดจากการใช้แนวคิดใช้ใจในการดูแลพนักงาน ให้ความสำคัญต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน การได้รางวัลเช่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการสร้าง Branding ให้กับองค์การเพื่อที่จะดึงดูคนเก่งให้ไปสมัครงานกับองค์การ ในขณะเดียวกันในฐานะผู้สมัครงานก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมหากคุณอยากเข้าไปเป็นส่วนร่วมในองค์การที่ดีเช่นนี้ ต้องเตรียมความพร้อม ให้มีทักษะความสามารถทั้ง Hard Skill และ Soft Skill เพื่อจะได้เป็นผู้สมัครที่โดดเด่น

 

Please follow and like us:

e-office เครื่องมือช่วยทำงาน สำหรับงานธุรการยุคใหม่

 

ทุกวันนี้การหางานไม่ว่าจะในตำแหน่งอะไรก็ตาม ก็มักระบุคุณสมบัติในเรื่องทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการทำงาน ให้เป็นคุณสมบัติสำคัญเพราะในยุคนี้คนต้องทำงานกับเทคโนโลยีให้ได้และใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนการทำงานให้แม่นยำ ลดเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพ ยิ่งในงานที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน งานอำนวยการความสะดวกให้ส่วนงานต่างๆอย่างงานธุรการด้วยแล้ว การใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า e-office  มีความสำคัญมาก หาคุณจะสมัครงานหรือหางานธุรการ นี่คือสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้

ปัจจุบันพนักงานธุรการและผู้ที่ต้องการหางานธุรการ ต้องมีความสามารถในการใช้ งาน e-office   และ เทคโนโลยีช่วยให้การติดต่อสื่อสาร ส่งข้อมูล ด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลายองค์การในปัจจุบันเป็น สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานไร้กระดาษ หรือสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และ e-office   ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและองค์การในหลากหลายมิติ อาทิ

  1. ช่วยให้ข้อมูล ข่าวสารถูกส่งไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความสามารถในการกระจายข่าวสารด้วยการส่งอีเมล ช่วยลดเวลาในการติดต่อสื่อสาร ประหยัดค่าโทรศัพท์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประโยชน์ในเรื่องความเร็วและเวลา
  2. ลดปัญหาเรื่องระยะทาง เพียงมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมโยงให้คุณสามารถทำงานเร่งด่วนนอกออฟฟิศ ได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่
  3. ลดปัญหาเอกสาร และการสิ้นเปลืองกระดาษ ทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ทราบข้อมูลข่าวสารโดยทั่วถึงกันโดยไม่ต้องสั่งพิมพ์เอกสาร ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร
  4. ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยระบบการจัดเก็บ เอกสารเป็นหมวดหมู่ ทำให้สามารถเรียกใช้เอกสารย้อนหลังได้ง่าย โดยใช้ระบบการค้นหาเอกสาร ซึ่งรวดเร็วและเป็นระเบียบกว่าการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษ ทั้งยังช่วยลดเนื้อที่ในการจัดเก็บเอกสารอีกด้วย
  5. สามารถจัดประชุมกลุ่มทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ผู้ใช้งานมากกว่า 2 คน สามารถติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์ในเวลาเดียวกัน หรือมากไปกว่านั้นอาจจัดประชุมทางไกลข้ามประเทศผ่านเสียงและจอภาพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของกลุ่ม ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาประชุมในที่เดียวกัน
  6. การประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรทำได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารหับองค์การที่อยู่นอกประเทศได้โดยเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย

ดังนั้นแล้วก่อนที่จะสมัครงานหรือหางานธุรการ คุณควรมีความรู้และทักษะในการใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับงานออฟฟิตพื้นฐาน ได้อย่างคล่องแคล่ว อาทิ  Word, Excel ,Powerpoint, Internet Explorer และจะดีมากหากมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเฉพาะทาง อาทิ โปรแกรมบัญชีProsoft WINSpeed  โปรแกรมสำหรับธุรกิจ SMEs อย่าง Prosoft myAccount  โปรแกรมบริหารงานบุคคล อย่าง Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารงานขายและ ลูกค้าสัมพันธ์ อย่าง Prosoft CRM  ตลอดจน ความสามารถในการเลือกใช้ และ การใช้ Social Media ที่เหมาะสม

Please follow and like us:

อาชีพมาแรง น่าสนใจสำหรับนักศึกษาจบใหม่ยุค 4.0

การหางานทำเป็นสิ่งแรกๆที่นักศึกษาจบใหม่หลายคนคิด เมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วก็ต้องอยากใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนมาสร้างประโยชน์และรายได้  นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกอาชีพในอนาคต อาจลองพิจารณาให้หลุดจากกรอบเดิมของการหางานทำ อาทิ ในยุคนี้การทำงานข้ามสายงานที่เรียนมาเกิดขึ้นได้  การไม่ได้ทำงานตรงสายไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลายสายงานเปิดรับคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ที่ไม่ต้องจบมาโดยตรงและไม่กำหนดประสบการณ์ นี่จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้การหางานได้ผลมากขึ้น  อย่างอาชีพที่มาแรงสำหรับยุคนี้ที่เราอยากให้คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ พิจารณาตัดสินใจมองไปที่สายอาชีพต่างๆดังนี้

  1. นักวิเคราะห์ข้อมูลไอที ในยุค digital ที่ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ กลายเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าไปเสียแล้ว เพราะในปัจจุบันการดำเนินงานในธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ต้องอาศัยระบบไอทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องทุ่มงบประมาณมากมายในการวางระบบไอทีก็ตาม แต่ก็ทำงานได้ช้า เพราะขาดแคลนบุคลากรที่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำการวิเคราะห์ทางสถิติได้ ดังนั้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลกยังคงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านไอทีเป็นจำนวนมาก คุณไม่จำเป็นต้องจบสายตรงหากมีความสามารถในการเรียนรู้ก็สามารถทำงานนี้ได้
  2. นักการเงิน ทำหน้าที่ในการบริหารการเงินและการลงทุนทางการเงินขององค์กรหรือทำหน้าที่เป็นนักการเงินที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินให้ลูกค้าส่วนบุคคล คุณไม่ต้องจบการเงินมาโดยตรงแต่ต้องมีใบรับรองความสามารถหรือใบอนุญาตที่ต้องทำการอบรมและสอบเพื่อรับการรับรอง หามีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ดีจะช่วยในการคำนวณ การพยากรณ์ และการประมาณการต่างๆได้ดีขึ้นไปอีก หากเข้าใจการลงทุนด้วยแล้วการทำอาชีพนี้รับรองไปได้ไกล
  3. นักกิจกรรมจิตวิทยาบำบัด หรือ ผู้ให้คำปรึกษา  ในปัจจุบันผู้คนพบกับความเครียดและความกดดันกันง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นความต้องการนักกิจกรรมจิตวิทยาบำบัด สำหรับการให้คำปรึกษาทั้งในเรื่องชีวิตครอบครัว ชีวิตการทำงาน ก็ย่อมมีมากยิ่งขึ้น ผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ได้อาจไม่ต้องจบด้านจิตวิทยามาโดยตรงแต่ต้องผ่านการฝึกอบรมและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง หากคุณเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจเข้มแข็งและพร้อมจะช่วยเหลือผู้ตนการเดินทางสายอาชีพนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน
  4. การเป็นผู้ประกอบการ การมีธุรกิจเป็นของตัวเองในยุคนี้เป็นได้ง่ายขึ้น เพราการลงทุนบางอย่างใช้ทุนน้อยลงเนื่องจากมีเทคโนโลยีมาสนับสนุน  หากอยากที่จะพิสูจน์ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอออกมาเป็นสินค้าและบริการต่างๆ เพียงมีไอเดียใหม่ๆ ก่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้เช่นกัน หากคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทายและอยากพิสูจน์ตัวเองอาชีพนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

ฝากถึงคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ที่มีความฝัน มีการเลือกอาชีพและการเลือกว่าจะทำงานอะไรนั้นนอกจากเพื่อการประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องแล้วหากพิจารณาเลือกอาชีพที่มีส่วนในการสร้างคุณค่าให้สังคม อาชีพที่ทำโดยความสุจริต ก็จะดีไม่น้อยเลย เพราะอย่าลืมว่าพลังของคนรุ่นใหม่นั้นสามารถสร้างสรรค์ให้สังคมดีขึ้นได้ผ่านการทำหน้าที่ให้ดีในการประกอบอาชีพของตน

Please follow and like us:

นักศึกษาจบใหม่ต้องเร่งฟิต พิชิตทักษะจำเป็นสำหรับการทำงานในยุคใหม่

คุณคือ นักศึกษาจบใหม่ ที่กำลัง หางานทำ และยังไม่ได้งานทำ ใช่หรือไม่ เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงไม่ได้งานนอกจากเหตุผลที่ว่าคุณขาดประสบการณ์ คุณเคยได้พิจารณาถึงทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคสมัยใหม่หรือไม่  และได้พิจารณาหรือไม่ว่าคุณยังขาดคุณสมบัติด้านใดบ้าง ในแต่ละครั้งที่คุณหางาน นักศึกษาจบใหม่ จงจำไว้ว่าการที่เรามีความพร้อมและยื่นใบสมัครไปด้วยความมั่นใจว่าเรานั้นมีทักษะที่ดี ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือในบรรดาคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ที่เตรียมตัวดีจะมีชัยมากกว่า อย่าได้รอช้าเรามาดูกันว่าทักษะอะไรที่นักศึกษาจบใหม่ควรมีเพื่อให้ได้งานทำ

  1. มีทัศนคติในเชิงบวก คนที่มีทัศนคติในเชิงบวกมักจะสามารถดึงดูดความสำเร็จเข้ามาในบริษัทได้มากกว่าคนที่มีความคิดในเชิงลบ อีกทั้งสามารถมองเห็นโอกาสและพัฒนาทางเลือกต่างๆเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดมูลค่าได้
  2. มีความอดทนหรือทนต่อแรงกดดัน คน Gen Y ถูกมองว่าที่มีความอดทนต่ำ ไม่มีความอดทนอดกลั้น หรือเอาตนเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เมื่อไม่ได้เป็นดั่งที่ต้องการก็เลือกที่จะลาออกไป ในทางกลับกันหากคุณมีความอดทนอย่างมีเหตุผลคุณจะเป็นตัวเลือกที่ดีขององค์การ
  3. ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ นอกจากที่เราจะต้องทำงานที่ได้มอบหมายให้ดีแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่เราไม่ควรลืมเลยก็คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมขององค์กร และเพื่อนร่วมงานเพราะองค์การต้องเดินหน้าด้วยการทำงานเป็นทีม
  4. การแก้ไขปัญหาและคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดได้ดี รวมถึงสามารถจัดการแก้ไขปัญหานั้นได้  สามารถคิดวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะเวลาอันสั้น อย่างคนที่มีสติ มีความรอบรู้ และมีความเป็นผู้นำ
  5. มีความสามารถรอบด้าน มี Multi-Skill สามารถทำงานข้ามสายงานได้ การที่เรามีความสามารถรอบด้านหรือหลากหลายนั้น จะทำให้เราเป็นเหมือนทรัพยากรที่มีค่าแก่องค์กรมากยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อีกด้วย
  6. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างจริงจัง ตั้งใจ และมุ่งมั่นทำงานให้ออกมาดีที่สุด และนอกจากนี้ยังรวมถึงเรื่องของงานที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมนอกเหนืองานที่เราต้องทำประจำอีกด้วย เราก็ควรที่จะทำให้ออกมาดีเช่นกัน และเต็มใจที่จะช่วยทำงานออกมาให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
  7. มีความรู้พื้นฐานในสายงานที่เกี่ยวข้อง และมีทักษะของการทำงานในยุคดิจิทัล เช่น  งานทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือ IT เพื่อช่วยทำให้การดำเนินงานสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ความรู้ทางด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

หากคุณสามารถพัฒนาทักษะที่กล่าวมาอยู่ในระดับที่ใช้ได้และไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อไป การได้งานทำก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเกินความสามารถ สู้ๆนะนักศึกษาจบใหม่ทุกคน

Please follow and like us:

รวมสายงานเด่นเน้นความต้องการไปที่เด็กจบใหม่

คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ฟังทางนี้ หากคุณกำลังหางานที่ให้เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท และยินดีที่จะรับนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรีเข้าทำงาน มามุงกันตรงนี้เลย เราได้รวมเอา สายงานที่อ่าแขนรับคนที่ยังขาดประสบการณ์มาร่วมงานไว้ที่นี่แล้วถือเป็นโอกาสดีๆสำหรับคนหางาน นักศึกษาจบใหม่ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ถนนของการทำงาน มาดูกันเลย แล้วเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสมัครงาน

1. สายงานขาย
โดยมีประเภทงานย่อยที่เปิดรับมากที่สุดคือSales/AE มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 40,000 บาท Telesales มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 30,000 บาท งานบริการลูกค้า เช่น Call Center มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 20,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศ เช่น มีผลสอบ TOEIC ดีๆเช่นคะแนน 600 ขึ้นไป หรือผลวัดระดับภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาจีน ก็สามารถเรียกเงินเงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 18,000 – 25,000 บาท

2. งานบริการ
ในส่วนพนักงานต้อนรับ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 14,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น สามารถสื่อสารภาษาเกาหลีได้ (TOPIK 3 ขึ้นไป) เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 35,000 บาทเลยนะ

3. งานธุรการ
หันมาดูที่งานธุรการ/จัดซื้อ ที่ร่วมเอามีประเภทงานย่อยอย่างงานธุรการทั่วไปเข้าไว้ด้วย ก็น่าสนใจ เงินเดือนไม่มากแต่ได้ประสบการณ์โดย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท ส่วนงานประสานงานขาย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท
4. งานด้านเทคนิค
สำหรับช่างเทคนิค มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 20,000 บาท แต่ถ้ามีทักษะเฉพาะทาง เช่น สามารถซ่อมแผงวงจรได้ หรือมีพื้นฐานการติดตั้งลิฟท์ เงินเดือนจะสูงขึ้นถึง 20,000 – 25,000 บาท ในด้านช่างไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 18,000 บาท

5. งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ
ซึ่งรวมเอาประเภทงานย่อย เช่น ฝ่ายผลิต/โรงงานไว้ด้วย มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 16,000 – 20,000 บาท งานควบคุมคุณภาพ (QA/QC/QM) มีช่วงเงินเดือนอยู่ระหว่าง 12,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าได้ทักษะภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมจะได้เงินเดือนสูงขึ้นถึง 25,000 บาท

สำหรับพื้นที่ที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานนั้น ก็ต้องบอกว่างานนี้หลายคนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ และ ปริมณฑล เพราะมีงานเปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด รองลงมาคือในเขตภาคตะวันออก โดยจังหวัดที่มีงานมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จะเห็นได้ว่าเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ

อีกพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับเป็นแหล่งหางาน นักศึกษาจบใหม่สามารถศึกษาหาข้อมูลและสมัครงานในพื้นที่ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ที่กำลังมีความต้องการของแรงงานสูง ได้อีกแหล่งหนึ่ง หรือหากคุณเป็นคนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ยังพอหางานสำหรับเด็กจบใหม่ ได้ในจังหวัดขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี

Please follow and like us:

เทคนิคการต่อรองเงินเดือน ฉบับบัณฑิตป้ายแดง

สวัสดี บัณฑิตป้ายแดงที่เข้าสู่สังเวียนตลาดแรงงาน เป็นยังไงบ้างกับการหางาน นักศึกษาจบใหม่ก็คงต้องเหนื่อยสักหน่อย  ถึงแม้ยุคนี้จะมีอาชีพเกิดขึ้นมากมาย และ หลายอาชีพก็เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ เข้าร่วมงานด้วย แต่การจะเรียกเงินเดือนนั้น ก็อาจทำได้ไม่เต็มที่เพราะคำว่าเด็กจบใหม่นี่ล่ะ ที่ทำให้องค์การมองว่ายังไม่มีประสบการณ์ พอที่จะให้เงินเดือนในส่วนของค่าประสบการณ์ หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่หางานได้ แต่ได้เงินเดือนไม่เป็นที่พอใจจะทำยังไง เรามีข้อแนะนำมาบอกต่อ สามารถนำไปทดลองประยุกต์สำหรับต่อรองเงินเดือนได้เลย

  1. ต่อรองด้วยข้อมูล โดยที่คุณต้องรู้ว่าภาพรวมของธุรกิจเป็นอย่างไร อัตราเงินเดือนในสายงานของคุณมีการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำของตำแหน่งที่เราสมัครงานอยู่ที่เท่าไหร่  โดยสามารถหาข้อมูลเหล่านี้จากอินเทอร์เน็ต แล้วใช้ตัวเลขตั้งต้นนั้นในการต่อรองเงินเดือน รวมถึงพิจารณาลงไปที่ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อดูแนวโน้มธุรกิจ ข้อมูลเหล่านี้นำมาใช้ร่วมตัดสินใจในการเรียกเงินเดือนได้ด้วย
  2. รู้ตัวว่ามีดีอะไร ที่จะเอาคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์บางอย่างไปต่อรอบงเงินเดือน หาก มีทักษะภาษาอังกฤษ มีผลคะแนนทดสอบด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 หรือ 4 ที่มีความสำคัญต่อการทำงาน  มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ เคยเป็นประธานนักศึกษา เคยทำกิจกรรมค่ายอาสา เคยไป Work and Travel จงรู้ไว้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแข็ง และเป็น Value ที่สามารถนำมาต่อรองเงินเดือนให้เพิ่มขึ้นได้
  3. ระบุช่วงเงินเดือนที่มีความยืดหยุ่น การระบุเงินเดือนมาตรฐานเช่น 15,000 บาท เป็นตัวเลขที่แข็งเกินไปคุณอาจระบุ เงินเดือนเป็นช่วงเช่น 15,000-18,000 บาทเพื่อใช้ในการต่อรอง
  4. ยื่นขอเสนอขอปรับเงินเดือนเมื่อผ่านการทดลองงาน แม้เราจะบอกว่าเราเก่งและมีความพร้อมขนาดไหนก็ตามแต่การทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์สำคัญกว่า การเสนอเงินเดือนในเรทต่ำที่สุดที่เราพอใจและพ่วงขอเสนอว่าขอเพิ่มเงินเดือนเมื่อผ่านการทดลองงานอาจช่วยให้คุณได้งานได้ง่ายขึ้นและมีแนวโน้มได้ขึ้นเงินเดือน บางองค์กรมีการตกเบิกส่วนต่างให้ย้อนหลังด้วยซึ่งถือเป็นสิ่งดี เรื่องนี้ควรคุยกับผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจ

สุดท้ายฝากไว้ว่า คนหางาน นักศึกษาจบใหม่ นอกจากจะมองตัวเงินเดือนให้พิจารณาสวัสดิการร่วมด้วย สำหรับเด็กจบใหม่ นอกจากเรื่องเงินเดือนแล้ว ควรพิจารณาสวัสดิการต่างๆ ก่อนตัดสินใจด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้มีคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน   เรื่องของบรรยากาศโดยรวมของการทำงาน เป็นสิ่งสำคัญ บางองค์การให้เงินเดือนไม่มาก แต่สวัสดิการที่ดีช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถสร้างความมั่นคงได้ การมีบรรยากาศการทำงานที่ไม่ตึงเครียดและพร้อมให้คุณได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการมีกาแฟให้ดื่มฟรี มีอาหารกลางวัน ออฟฟิศมีบรรยากาศที่น่าทำงาน คนในองค์กรเป็นมิตรและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผู้ใหญ่รับฟังเสียงการแสดงความคิดเห็นของคุณสิ่งเหล่านี้อาจมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจทำงานมากกว่าการได้เงินเดือนเยอะๆแต่เจองาน เพื่อนร่วมงาน และองค์การที่ไม่ดีก็ได้นะ

 

Please follow and like us:

รู้จักงานธนาคาร แบบ 360 องศา เพิ่มความมั่นใจก่อนการสมัครงาน

งานธนาคาร ถือว่าเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกว่ามีความมั่นคงสูง เป็นที่สนใจของนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่กำลังหางานเป็นอย่างมาก  ในเว็บไซต์หางาน มักพบว่า หัวข้อ “หางานธนาคาร” อยู่ในอันดับแรกๆของการค้นหา เสมอ

สำหรับงานธนาคารในยุคที่ธนาคารปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการไปมากกว่าการเป็นสถาบันการเงิน งานธนาคารจึงไม่ได้มีแค่เพียงบริการเปิดบัญชีและให้บริการรับฝาก – ถอนเพียงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วงานธนาคารมีอยู่หลายตำแหน่งที่ต้องการบุคลากรไปทำงานในส่วนนั้นๆ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการหางานธนาคารมีโอกาสเข้าสู่การทำงานในธนาคารได้มากขึ้น

เรามารู้จักกับโครงสร้างระบบงานธนาคาร กันก่อน เพื่อให้เข้าใจงานธนาคารมากขึ้น   งานธนาคารสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น งานบริการลูกค้า งานบริการด้านการเงิน งานบริการด้านการรับฝากและถอนเงิน สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ งานบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล งานบริการด้านเงินทุน ด้านหลักทรัพย์และอื่นๆอีกมากมาย

ผู้ที่ต้องการหางานธนาคาร  ต้องศึกษาถึงตำแหน่งที่เหมาะสมกับตนเอง และตรวจสอบว่ามีทักษะและความสามารถในด้านนั้นๆเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หาพิจารณากันตามสายงานหลักของงานธนาคารผู้ที่จบมาจาก คณะบริหารธุรกิจ,เศรษฐศาสตร์,วิทยาการจัดการ เช่น การเงิน การบัญชี และสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสายงานธนาคาร  ดูจะมีความสามารถตรงกับสายงานธนาคาร หากแต่ แท้จริงแล้วงานธนาคารเปิดกว้างให้คนที่จบทั้งสายวิทย์และสายศิลป์เข้าทำงานได้ เพราะบริการของธนาคารมีขอบเขตที่กว้างมาก

บริการของธนาคาร  ไม่ใช่แค่เพียงบริการลูกค้า ทำหน้าที่รับฝากและถอนหรือเปิดบัญชีเท่านั้น ยังต้องให้บริการทางด้านการเงิน ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินการลงทุน รับผิดชอบด้านการจัดทำรายการประจำวันเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน ทำประกันชีวิต ประกันภัยและการลงทุน ควบคุมและติดตามงานบัญชีลูกค้า ติดต่อประสานงานและให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลรายรับรายจ่ายของคู่ค้า รวมไปถึงวางแผนและวิเคราะห์ด้านการเงินและบริหารจัดการ รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและไม่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอขายให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่

หากคุณกำลังมองหางานธนาคาร คุณควรมีคุณสมบัติ ประกอบด้วย  มีทักษะความสามารถ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่ทำ  รักในงานบริการ มีทักษะด้านการบริการที่ดี เพราะงานธนาคารต้องพบเจอลูกค้าอยู่เสมอ มีความอดทนสูง ทั้งด้านการทำงานและแรงกดดันจากองค์กรและลูกค้า สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี มีความขยัน มุ่งมั่นในการทำงาน คล่องแคล่วและสามารถจัดการข้อมูล งานที่เกี่ยวข้องต่างๆ  มีความสามารถด้านการสื่อสาร การใช้ภาษาและที่สุภาพและชัดเจน บุคลิกภาพดี แต่งกายดูดีและมีความน่าเชื่อถือ มีทักษะด้านการบริการเพื่อที่จะให้ลูกค้าสนใจที่จะลงทุนกับธนาคาร และรักการเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตัวเองและก้าวให้ทันกับรูปแบบธุรกิจและการแข่งขันที่ไม่หยุดนิ่ง

Please follow and like us:

ปรับกลยุทธ์การขายให้ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัล

สำหรับใครที่มองหางานที่มีความท้าทายอย่าง งานขาย คุณต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับคนที่เพิ่งมองหางานขาย และถูกดึงดูดด้วยความท้าทายไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กจบใหม่หรือคนมีประสบการณ์ เราขอนำเสนอกลยุทธ์ที่จะทำให้ งานขาย ของคุณ ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้

  1. สร้างพันธมิตร ในการแข่งขันของตลาดปัจจุบัน เราพบว่าคู่แข่งที่ขายสินค้าเหมือนเราอาจมีมากมาย หากเราบริการดีกว่า เป็นมิตรกว่า การที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อกับเราอีกก็เป็นไปได้มากกว่า ดังนั้นการสร้างมิตรอย่างจริงใจคือหนทางสู่การเป็นผู้ชนะในตลาดการค้า ดังนั้นจงทำดีกับลูกค้าอย่างจริงใจ
  2. สร้างความรู้สึกให้ลูกค้า รู้ว่าเขาได้รับความคุ้มค่ามากกว่าเงินที่จ่ายไป หรือมากกว่าราคาที่เขาคิดว่าจะต้องจ่าย เช่น สินค้าราคา 100 บาท แต่ต้องทำให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกว่ามีค่า 150 บาท และพร้อมที่จะกลับมาซื้อซ้ำอีกในโอกาสต่อไป
  3. ติดตามแบบชิดใกล้ ด้วยการใช้โซเชียลมีเดีย ให้เกิดประโยชน์ ในการติดตาม follow บัญชีออนไลน์ของลูกค้าที่มา Add friend เพจของเรา และพูดถึงลูกค้าแต่ละคนในแง่ดีๆ รวมถึงการติดตามถามไถ่เมื่อได้ใช้สินค้าของเราแล้ว ทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่เพียงขายของแต่เราคือเพื่อนที่พร้อมแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่เขาซื้อไป
  4. นอกจากขายสินค้า คุณต้องให้ความรู้กับผู้ซื้อ ให้ทางเลือกและข้อมูลสนับสนุน อย่างเต็มที่ เช่น ข้อแนะนำความเหมาะสมในการเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า หากลูกค้าเหมาะกับสินค้าราคาถูกกว่าไม่จำเป็นต้องพยายามเสนอขายของแพงที่ไม่ตรงความต้องการ
  5. การลดราคา เพื่อสร้างมิตรภาพใหม่ ยังคงใช้ได้ดี ถือเป็นการเสียที่ได้มากกว่า เพราะเมื่อเราทำให้ลูกค้าถูกใจ เป็นเพื่อนเราได้ การแนะนำแบบปากต่อปากจะเรียกลูกค้าให้เราได้เพิ่มขึ้น
  6. สร้างความน่าเชื่อถือ ให้ข้อมูลทุกแง่มุม อย่างเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากคุณสมบัติของสินค้าเอง หรือข้อมูลประกอบต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าเราจริงใจ และรู้จริง
  7. เปิดช่องทางการติดต่อสร้าง reaction ที่เข้าถึงง่ายระหว่างผู้ขาย แบรนด์สินค้า และผู้ซื้อ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย อย่าลืมว่าการรีวิวสินค้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของคนยุคใหม่
  8. รู้จักการตัดลูกค้าที่ทำให้จิตใจคุณรู้สึกไม่ดีออกไป ให้ตัดเขาออกจากบัญชี และ ลดระดับการร่วมธุรกิจกับเขาออกไปในที่สุด

หากคุณพิจารณากลยุทธ์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้แล้ว เห็นว่าสามารถปฏิบัติได้ ก็จงมุ่งหน้า หางานขาย เพื่อพิสูจน์การเป็นนักขายของยุคดิจิทัล และอย่าลืมที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เพราะงานขายต้องการคนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ทุกครั้งที่คุณคลิ๊กเลือก หัวข้อ หางานขาย ในเว็บไซต์สมัครงานคุณจะพบว่าหลายองค์การต้องการคนที่พร้อมต่อการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ  ดังนั้นตั้งใจและมั่นใจที่จะพัฒนาตัวเองการเป็นสุดยอดนักขายคุณเองก็เป็นได้

Please follow and like us:

ทักษะที่คนทำงานธนาคารในยุคดิจิทัลต้องมี

การหางานธนาคาร ในยุคนี้ แม้คุณจะมีวุฒิการศึกษาด้านการเงิน การธนาคาร เศรษฐศาสตร์ การบัญชี มายื่นเพื่อประกอบหลักฐานการสมัครงานอาจยังไม่พอเพราะมีทักษะที่จะทำให้การทำงานธนาคารในยุคนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกเหนือจากทักษะและความชำนาญเฉพาะด้านแล้วมีทักษะอะไรอีกที่คนหางานธนาคารควรจะต้องมี  คือสิ่งที่ต้องหาคำตอบ

ในยุคที่ธนาคารมีกิจกรรมมากกว่าการฝาก ถอน ปล่อยสินเชื่อ และขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ยุคนี้ธนาคารได้เสนอขายสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับ Lifestyle ของผู้คน  ทักษะความสามารถที่ธนาคารต้องการให้พนักงานมีมากที่สุดในขณะนี้คือ ทักษะการวิเคราะห์ การหาความต้องการเชิงลึก ทักษะในการทดลองและขยายผล และทักษะเกี่ยวกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management Skills) อาทิ การเป็นผู้นำ (Lead Change) การสื่อสาร (Communication) หรือ People Management Skills

หากจัดกลุ่มทักษะที่คนหางานธนาคารควรมีหรือพัฒนาตัวเองให้มีพร้อมก่อนสมัครงาน สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท

1.ทักษะด้านอารมณ์ (Soft Skills) เน้นเรื่อง Mindset, การนำเสนอต่างๆ ความสามารถด้านสังคม เช่น การใช้ภาษา, การติดต่อสื่อสาร, ความเป็นมิตร, การมองโลกในแง่ดี, การแสดงออกทางสังคม, บุคลิก สามารถแบ่งย่อยได้เป็น ทักษะการติดต่อระหว่างบุคคล (Interpersonol skill) คือ การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลในองค์กรเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง  จิตวิญญาณของความเป็นทีม (Team spirit) คือ การทำงานเป็นทีม ทำไปอย่างพร้อมเพรียงกัน  มารยาททางสังคม (Social grace) คือ การสร้างความประทับใจในเบื้องต้นมีมารยาทในการเข้าสังคม รู้วิธีการพูดสิ่งไหนควรพูดสิ่งไหนไม่ควรพูด  ธรรมเนียมทางธุรกิจ (Business etiquette) คือ ธรรมเนียมการปฏิบัติตัวขององค์กรนั้นๆ เช่น ไม่ทะเลาะกันในเวลางาน เป็นต้น  ทักษะการต่อรอง (Negotiation skills) คือ การต่อรองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของทั้งสองฝ่าย และคุณสมบัติด้านพฤติกรรม (Behavioural traits) คือ ทัศนะคติ, แรงจูงใจ, การบริหารเวลา  เป็นต้น

  1. ทักษะด้านความรู้ (Hard Skills ) เน้นเรื่อง ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี  การประยุกต์ใช้แนวคิดด้านการตลาด  การวิเคราะห์สถิติและประมวลผลข้อมูล ( Statistical Analysis and Data Mining )  การพัฒนาซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือ ( Mobile Development ) การจัดการระบบคลังข้อมูล ( Storage Systems and Management )
  2. ทักษะในการใช้เวลาว่าง (Leisure skills) เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองด้วยเรื่องที่ชอบหรือสนใจ และสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาสร้างสรรค์หรือต่อยอดให้เกิดคุณค่าและมูลค่าได้ อาทิ  การทำอาหาร, เล่นดนตรี, การเย็บปักถักร้อย,การทำสวน , การเลือกไวน์ ความชอบเฉพาะด้านเหล่านี้ทำให้เกิดความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าของธนาคารได้

รู้เช่นนี้แล้วใครที่มุ่งหางานธนาคารในยุคนี้ต้องพัฒนาตัวเองให้มาก และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะให้รอบด้าน และคุณจะได้รับเลือกเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานกับธนาคารยักษ์ใหญ่ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจการเงินการธนาคารมีมากกว่าการหาลูกค้าฝากเงินและลูกค้าสินเชื่อ

 

Please follow and like us: