ประกาศรับสมัครงานแบบไหนให้มีคนมาสมัครงานกับเรา

สำหรับผู้ประกอบการในการประกาศรับสมัครงานนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะเราต้องการคนที่จะมาทำงานตรงตามตำแหน่งมีความสามารถและแน่นอนว่าในการคัดเลือกนั้นเราจะต้องดูจากประวัติที่ส่งเข้ามาไม่ว่าเราจะรับสมัครด้วยการให้ผู้สมัครมากรอกใบสมัครที่บริษัทของเราหรือใช้บริการจากผู้จัดหางานในรูปแบบต่างๆรวมถึงการส่งใบสมัครผ่านระบบออนไลน์จากหน้าเว็บไซต์หางาน

ประกาศรับสมัครงาน

แต่ในขั้นตอนการประกาศนั้นก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะเราจะต้องมีรายละเอียดต่างๆที่ชัดเจนเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจดึงดูดคนให้เข้ามาสมัครงานกับเราซึ่งการประกาศรับสมัครงานนั้นไม่ว่าเราจะใช้วิธีการประกาศผ่านช่องทางใดเราจะต้องมีรายละเอียดให้ครบถ้วนและดูมีความน่าเชื่อถือไม่ว่าจะเป็นการใส่ที่อยู่ติดต่อสถานที่ตั้งออฟฟิศเบอร์โทรศัพท์การติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆเพราะในยุคปัจจุบันการประกาศรับสมัครงานนั้นจะต้องมีช่องทางที่ติดต่อสะดวกที่หลากหลายมากขึ้นและหากเราใส่รายละเอียดให้ครบไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานเงินเดือนสวัสดิการรูปแบบการทำงานแบบคร่าวๆก็จะทำให้ผู้สมัครนั้นสนใจและยื่นใบสมัครเข้ามาที่บริษัทของเรา

 

และจะทำให้เราสามารถคัดเลือกคนในตำแหน่งที่เราต้องการได้ตรงกับเนื้องานที่เราต้องการให้เขาทำสิ่งที่สำคัญคือข้อมูลต่างๆของการประกาศรับสมัครงานนั้นจะต้องมีความชัดเจนและการให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อนั้นควรให้เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงเพื่อที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้ที่สนใจต้องการสมัครงานหรือเราสามารถสกรีนในขั้นแรกผ่านการพูดคุยโทรศัพท์ได้ก่อน

ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หากเราต้องการรับสมัครงานและต้องการผู้ที่มีความสามารถเรียกตำแหน่งหรือเงินเดือนตรงกับที่เราต้องการนอกจากนี้ในการเรียกผู้สมัครตามที่เราประกาศรับสมัครงานไว้เข้ามาสัมภาษณ์นั้นเราก็ควรจะคัดเลือกมาให้เพียงพอเพื่อที่จะได้มีตัวเลือกสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆอย่างน้อย 5 ถึง 10 คนแต่ไม่ควรจะเกินนี้

เพราะถ้าหากเราเรียกมาสัมภาษณ์มากจนเกินไปก็เหมือนจะมีตัวเลือกมากขึ้นและทำให้เราตัดสินใจเลือกได้ยากการคัดคนเข้ามาในปริมาณที่พอดีจะทำให้เราสามารถสัมภาษณ์และเจาะลึกรายละเอียดต่างๆของผู้สมัครที่เราสนใจได้และไม่เป็นการปิดโอกาสคนหางานที่อาจจะเลือกสมัครไว้หลายที่หรือต้องไปสัมภาษณ์หลายที่เพราะไม่ใช่แค่เราเป็นฝ่ายเลือกแต่ผู้ที่สมัครงานเองก็จะเป็นฝ่ายเลือกเราด้วยเช่นเดียวกัน และควรนัดวันเวลาในการแจ้งผลการสมัครให้ชัดเจนด้วย

 

 

Please follow and like us:

3 ข้อควรคิด ก่อนที่จะเปลี่ยนงานใหม่

หากคุณเตรียมจะออกจากงานที่คุณเกลียดจริง ๆ แล้วมองหาบางสิ่งที่เติมเต็มให้มากกว่านี้หรือวางแผนที่จะทำในอนาคตอันใกล้ มีสามสิ่งสำคัญที่คุณต้องระวังหากคุณต้องการเปลี่ยนผ่านหน้าที่งานช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี www.jobtopgun.com

หางานใหม่

1. พร้อมที่จะเหนื่อยในการหางาน และสมัครงานใหม่ ให้ตรงใจ
หากคุณออกจากกงาน และหางานใหม่ นั่นคือจะต้องสมัครงานใหม่หลายที่ มีการติดตามข้อความตอบรับ อีเมลและการโทรที่ไม่สิ้นสุดพร้อมกับความกลัวและความยุ่งยาก คุณอาจหยุดรับสายเพื่อนเพราะคุณกลัวคำถามที่จะถามดังนั้นการค้นหางานเป็นอย่างไร การหางานไม่ใช่วิธีที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการผ่านเวลา แม้ว่าคุณจะเกลียดงานที่ผ่านมามากแต่หลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์แรกความรู้สึกสบายก็จะผ่านไปและคุณอาจค้นพบว่าอิสรภาพนั้นไม่น่าดึงดูดเท่าที่คุณเคยบรรยาย

สถานการณ์เช่นนี้ คุณควรทำใจให้สบาย การหางานจะกลายเป็นงานเต็มเวลาของคุณ แต่ควรมีโครงสร้างเหมือนกับงานอื่น ๆ ตั้งเป้าหมายบางอย่างสำหรับวันนั้นเพื่อให้คุณรู้สึกว่าคุณทำอะไรบางอย่างสำเร็จแล้ว แม้ว่าคุณอาจจะต้องส่งใบสมัครงาน 10 บริษัท ต่อวัน

2. ความพร้อมรับคำวิจารณ์ ในการสัมภาษณ์งานใหม่ หลายบริษัท

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นคือไม่ว่าคุณจะไม่ได้รับการสัมภาษณ์หรือเสนองาน แต่ให้คุณเริ่มถามตัวเองเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ผล เกิดอะไรขึ้นถ้านี่คือตลอดไป? ถ้าฉันไม่พบสิ่งใดที่มีความหมายมากกว่านี้และเป็นแค่นักฝัน จะเป็นอย่างไรถ้าฉันไม่ดีต่อสิ่งอื่นและควรอยู่ในที่ที่ฉันไป

คุณไม่ควรปล่อยตัว และควรเริ่มสร้างความมั่นใจใหม่ๆตลอดเวลา – หากคุณใช้เวลาในบทบาทหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมโอกาสที่จะถูกทำลายอย่างรุนแรง ขอให้เพื่อนของคุณพูดถึงคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของคุณหรือเขียนประสบการณ์ทั้งหมดเมื่อคุณรู้สึกว่าเป็นผู้ชนะและอ่านมันใหม่ทุกวัน

3. ความเสี่ยงด้านการเงินระหว่างหางาน

คุณอาจเริ่มหมดเงินและดังนั้นตัดสินใจว่าคุณไม่ควรสนุกสนานด้วยตัวเองจนกว่าคุณจะพบอะไรบางอย่าง แม้ว่าพวกเขาจะมีเงินทุนเพียงพอผู้คนในสถานการณ์เช่นนี้มักจะเข้าสู่ความคิด “ความขาดแคลน” และหยุดปฏิเสธตัวเองในทุกๆความสุขที่เสียค่าใช้จ่าย (และอื่น ๆ ด้วย) ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สามารถทำได้จริง ๆ ชีวิตของพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะหางานทำ นี่คือสิ่งที่ทำให้สถานการณ์การค้นหางานไม่สามารถทนทานได้สำหรับพวกเขาส่วนใหญ่

Please follow and like us:

งาน Part Time งานเสริมสร้างรายได้

 

ปัจจุบันค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน แต่รายได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่รออยู่ในแต่ละเดือน ดังนั้นการทำงาน Part Time เป็นงานเสริมในช่วงวันหยุดหรือช่วงหลังเลิกงานจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งลักษณะของงานเสริมที่ควรเลือกทำ

1.เลือกเวลาทำงานได้ งานเสริมควรเป็นงานที่สามารถเลือกเวลาทำงานได้ และควรเลือกทำงานในวันหยุดหรือช่วงหลังเลิกงานตามลักษณะของงานเสริมที่เลือกทำ เพราะงานเสริมที่ทำจะได้ไม่กระทบกับงานประจำที่ทำอยู่

2.ทำตามความถนัด งานเสริมที่เลือกทำควรเลือกทำงานที่เรามีความถนัด ไม่ใช่เลือกทำตามผู้อื่นที่ทำแล้วมีรายได้เข้ามา เพราะงานบางงานเหมาะกับคนบางคน ไม่สามารถทำได้ทุกคน และหากเลือกงานที่ไม่เหมาะกับตนเองแล้วอาจจะเสียทั้งเวลาและเงินที่ใช้ในการลงทุนไปแบบฟรีก็ได้

3.ไม่เหนื่อยหนักเกินไป ทั้งลักษณะของงานและเวลาในการทำงาน Part Time ไม่ควรใช้เวลามากหรือใช้แรงงานมากเกินไป เพราะร่างกายจะเกิดความเหนื่อยล้าจนไม่สามารถรับผิดชอบงานหลักได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจมีกระทบถึงงานและรายได้หลักของตนเองได้ ดังนั้นควรเลือกที่งานที่ใช้เวลาและแรงที่ร่างกายสามารถรับได้ อย่าหวังแต่จะได้เงินเพียงอย่างเดียว จนต้องนำเงินที่หาได้มาเป็นค่ารักษาพยาบาลแทน

4.ลงทุนต่ำ งานเสริมควรเป็นงานที่ต้องใช้เงินในการลงทุนน้อย เพราะหากงานหลักมีความรับผิดชอบยากจนต้องทำงานล่วงเวลา หา งาน จนไม่มีเวลามาทำงานเสริมแล้ว เงินที่ลงทุนก็จะเป็นเงินลงทุนที่เสียเปล่า ดังนั้นการเลือกงาน Part Time ควรเลือกงานที่ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

5.ผลตอบแทนคุ้มค่า การทำงาน Part Time ก็เพื่อให้รายได้เสริมเข้ามา แต่หากงานที่เลือกทำเป็นงานที่ต้องลงทุนลงแรงสูงมาก แต่รายได้ที่ได้รับน้อยจนไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไป เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งจะรู้สึกท้อแท้ ไม่อยากทำ ดังนั้นควรเลือกงานที่ให้ตอบอทนคุ้มค่ากับการลงทุนไม่ว่าจะเป็นเวลา แรงและเงินลงทุน

งาน Part Time เป็นงานที่ทำชั่วคราว ซึ่งสามารถเลือกทำได้ความต้องการของเรา เราควรเลือกงานที่ตรงความถนัดและฝีมือของตนเอง ทำในช่วงเวลาที่ไม่กระทบกับงานหลักที่เป็นรายได้หลัก ดังนั้นหากต้องการงานเสริมเข้ามาช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวแล้ว ลองใช้เทคนิคในการเลือกงานเสริมที่เหมาะสมกับตนเองไปใช้ แล้วคุณจะมีงานที่สร้างรายได้ให้กับคุณเป็นกอบเป็นกำแน่นอน

Please follow and like us:

พนักงานต้อนรับ ส่วนงานสำคัญที่เป็นภาพลักษณ์ขององค์การ

 

หากคุณเป็นคนที่มีใจรักในงานบริการ และกำลังหางานบริการลูกค้า สายงานพนักงานต้อนรับ เป็นหนึ่งในงานที่น่าสนใจ  ผู้ปฏิบัติงานพนักงานต้อนรับ หรือ ที่เราเรียกกันว่า  Receptionist  คือผู้ที่ ทำหน้าที่ต้อนรับ หรือ รับรองแขก หรือผู้ที่เข้ามาในองค์กร ให้ข้อมูลสำหรับผู้ติดต่อสอบถาม ดำเนินการ ตลอดจนจัดสรร ประสานงาน อำนวยความสะดวก ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้มาติดต่อ จึงถือเป็นด่านหน้าขององค์การ ซึ่งถ้าทำหน้าที่ได้ดีก็จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์การดีไปด้วย

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ นั้น รับสมัครงานผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. จนถึงระดับปริญญาตรี เน้นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะดี  มีความอดทนอดกลั้นและรู้จักกาลเทศะ  มีไหวพริบในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดช่างสังเกตเรียนรู้ได้เร็ว  ควรทีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับสื่อสารได้ สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆได้ ที่สำคัญคือ มีความคิดและเข้าใจในเรื่องบริการ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ให้ความอบอุ่นและมีไมตรีจิตแก่ผู้มาติดต่อ

สำหรับผู้ที่หางานบริการลูกค้า และมีความสนใจหางาน พนักงานต้อนรับ ควรการเตรียมความพร้อมก้าวไปสู่การเป็นพนักงานต้อนรับ ดังนี้

  1. ควรเข้ารับการฝึกอบรมการใช้เครื่องอุปกรณ์สำนักงานทุกประเภท และการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษในระดับ ที่สามารถสื่อสารได้ดี
  2. เข้าอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อพัฒนาความมั่นใจในตนเองการใช้ภาษาถ่วงท่า การแสดงออกที่เหมาะสม
  3. แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและประเภทธุรกิจขององค์กรที่ต้องการจะสมัครงานอย่างละเอียด

ในส่วนทักษะที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับ ประกอบด้วย

  1. ทักษะการจัดการเป็นเลิศ สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใครที่ไม่สามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างเป็นระเบียบจะไม่สามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้นานนัก
  2. ทักษะการจัดการอารมณ์ เพราะต้องเป็นด้นหน้ารับผู้คนที่มาด้วยเรื่องดี และอาจต้องรับหน้าคนที่มีเรื่องร้องเรียนองค์กร การพบเจอลูกค้าที่มาติดต่อซึ่งมีบุคลิกลักษณะนิสัยที่ดีและไม่ดี พนักงานต้อนรับต้องปราศจากอคติและให้บริการอย่างเสมอภาคกัน
  3. ทักษะความรู้เรื่องเทคโนโลยี อาทิ การใช้โทรศัพท์ภายใน ทักษะคอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็น การใช้อีเมลและต้องใช้โปรแกรมพิมพ์งานได้อย่างคล่องแคล่ว การใช้อุปกรณ์สำนักงาน อาทิ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องปริ้นเตอร์
  4. มีทักษะการฟังที่ดี ภาระหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเป็นพนักงานต้อนรับคือ การรับฟังผู้อื่น ไม่ว่าจะการรับฟังทางโทรศัพท์ คำถามที่ลูกค้ากำลังถาม หรือข้อมูลที่ส่งผ่านมายังคุณ การมีทักษะการฟังที่ดีจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ทักษะการจับประเด็น และการสื่อสารที่ดี เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการรับสารเพื่อส่งสารต่อไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหากทำหน้าที่การสื่อสารบกพร่องอาจส่งผลเสียต่อการทำงานขององค์การในภาพรวม
Please follow and like us:

e-office เครื่องมือช่วยทำงาน สำหรับงานธุรการยุคใหม่

 ทุกวันนี้การหางานไม่ว่าจะในตำแหน่งอะไรก็ตาม ก็มักระบุคุณสมบัติในเรื่องทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการทำงาน ให้เป็นคุณสมบัติสำคัญเพราะในยุคนี้คนต้องทำงานกับเทคโนโลยีให้ได้และใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนการทำงานให้แม่นยำ ลดเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพ ยิ่งในงานที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน งานอำนวยการความสะดวกให้ส่วนงานต่างๆอย่างงานธุรการด้วยแล้ว การใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า e-office  มีความสำคัญมาก หาคุณจะสมัครงานหรือหางานธุรการ นี่คือสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้

ปัจจุบันพนักงานธุรการและผู้ที่ต้องการหางานธุรการ ต้องมีความสามารถในการใช้ งาน e-office   และ เทคโนโลยีช่วยให้การติดต่อสื่อสาร ส่งข้อมูล ด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลายองค์การในปัจจุบันเป็น สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานไร้กระดาษ หรือสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และ e-office   ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและองค์การในหลากหลายมิติ อาทิ

  1. ช่วยให้ข้อมูล ข่าวสารถูกส่งไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความสามารถในการกระจายข่าวสารด้วยการส่งอีเมล ช่วยลดเวลาในการติดต่อสื่อสาร ประหยัดค่าโทรศัพท์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประโยชน์ในเรื่องความเร็วและเวลา
  2. ลดปัญหาเรื่องระยะทาง เพียงมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมโยงให้คุณสามารถทำงานเร่งด่วนนอกออฟฟิศ ได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่
  3. ลดปัญหาเอกสาร และการสิ้นเปลืองกระดาษ ทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ทราบข้อมูลข่าวสารโดยทั่วถึงกันโดยไม่ต้องสั่งพิมพ์เอกสาร ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร
  4. ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยระบบการจัดเก็บ เอกสารเป็นหมวดหมู่ ทำให้สามารถเรียกใช้เอกสารย้อนหลังได้ง่าย โดยใช้ระบบการค้นหาเอกสาร ซึ่งรวดเร็วและเป็นระเบียบกว่าการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษ ทั้งยังช่วยลดเนื้อที่ในการจัดเก็บเอกสารอีกด้วย
  5. สามารถจัดประชุมกลุ่มทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ผู้ใช้งานมากกว่า 2 คน สามารถติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์ในเวลาเดียวกัน หรือมากไปกว่านั้นอาจจัดประชุมทางไกลข้ามประเทศผ่านเสียงและจอภาพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของกลุ่ม ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาประชุมในที่เดียวกัน
  6. การประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรทำได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารหับองค์การที่อยู่นอกประเทศได้โดยเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย

ดังนั้นแล้วก่อนที่จะสมัครงานหรือหางานธุรการ คุณควรมีความรู้และทักษะในการใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับงานออฟฟิตพื้นฐาน ได้อย่างคล่องแคล่ว อาทิ  Word, Excel ,Powerpoint, Internet Explorer และจะดีมากหากมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเฉพาะทาง อาทิ โปรแกรมบัญชีProsoft WINSpeed  โปรแกรมสำหรับธุรกิจ SMEs อย่าง Prosoft myAccount  โปรแกรมบริหารงานบุคคล อย่าง Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารงานขายและ ลูกค้าสัมพันธ์ อย่าง Prosoft CRM  ตลอดจน ความสามารถในการเลือกใช้ และ การใช้ Social Media ที่เหมาะสม

Please follow and like us: