Content Creator เขาทำอะไร อยากสมัครงานตำแหน่งนี้ต้องมีคุณสมบัติอะไร?

ในยุคที่การตลาดเปลี่ยนโฉมไปไม่เน้นการขายที่ประโคมบอกลูกค้าว่าของดีอย่างไร ทำไมลูกค้าต้องซื้อ ของเราดีกว่าคู่แข็งยังไง จึงเกิดการตลาดที่เรียกว่า Content Marketing ขึ้นคือการนำเสนอ Content หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวพันธ์กับสินค้าและบริการเพื่อนำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และคนที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์เนื้อหา (Content) เหล่านี้ก็คือผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง Content Creator นั่นเอง อาชีพหรือตำแหน่งนี้ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่หรือแม้แต่คนทำงานอยู่แล้วมากขึ้น เราอยากให้คนหางานรู้จักกับบทบาทและคุณสมบัติของ Content Creator มากยิ่งขึ้นเพราะนี่อาจเป็นงาที่คนหางานหลายคนสนใจก็เป็นได้ การหางานในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องจบตรงสายที่เรียนมานี่อาจเป็นหนึ่งโอกาสการได้งานของคุณก็เป็นได้ มารู้จัก Content Creator กันเถอะ

คุณสมบัติทั่วไปของคนที่จะมาเป็น Content Creator  ผู้ว่าจ้างบางคนอาจกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ในงานเขียนมาอย่างน้อย 1ปี และต้องมีผลงานด้านการเขียนบทความหรือเนื้อหามาพอสมควร แต่ก็มีหลายแห่งเปิดโอกาสให้คนที่สนใจส่งงานเขียนเข้าไปให้พิจารณาโดยไม่ต้องมีประสบการณ์ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์  ขอให้มีความสามารถด้านงานเขียนบทความ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ผู้ว่าจ้างตองการ เข้าใจในรูปแบบการเขียนบทความส่งเสริมการทำ SEO  ซึ่งเป็นการนำเสนอบทความบนเว็บเพจและ Social media ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของว่าจ้าง เข้าในในเรื่อง Target Customer และ Customer Centric Content

Content Creator ที่ดีต้องสนใจข่าวสาร ทั้งสาระ บันเทิง ความรู้รอบตัว สถานการณ์โลก สามารถจับกระแสปัจจุบัน และ โหนกระแสได้  ต้องชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ต และควรมีความสามารถในการเขียนบทความได้หลากหลายหมวดหมู่ และสื่อสารออกมาได้หลากหลายอารมณ์ เช่น บทความภาษาทางการ บทความที่อ่านสนุก บทความที่โน้มน้าวนำพาอารมณ์ให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วม   อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ควรมีเป็นอย่างมากคือ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองกับสิ่งใหม่ๆได้เสมอ เป็นคนกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา  รับแรงกดดันได้ดี ทำงานทันตามกำหนดเวลาที่มอบหมายได้   หากมีความสามารถแปลบทความภาษาอังกฤษจะขยายขอบเขตของงานได้มากขึ้นเพราะสามารถนำข้อมูลภาษาอังกฤษมาเรียบเรียงเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสร้าง Content ที่น่าสนใจได้  แม้ว่างานนี้คุณสามารถทำที่บ้านไม่ต้องเข้าออฟฟิตแต่ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เพราะต้องสื่อสารกับผู้ว่าจ้าง และทีม Content Creator คนอื่นๆ

หลายคนที่จบมาด้านภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ มักทำงานนี้ได้ดีเพราะเรียนมาโดยตรงแต่จริงๆแล้วงานนี้ไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษา บางคนที่ทำงานตามสายวิชาชีพต่างๆก็สามารถเป็น Content Creator ที่สร้างเนื้อหาตามความถนัด เช่น นักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์ ที่เขียนบทความการเงิน คุณหมอที่เขียนบทความด้านสุขภาพ ในด้านของค่าตอบแทนอาจเป็นชิ้นงานหรือบางครั้งจ้างเป็นเงินเดือน ซึ่งเงินเดือนอาจเริ่มต้นราว 18,000-20,000 บาทแต่บางคนสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนได้เลยทีเดียว

Please follow and like us:

คุณยังพลาดการได้งาน เพราะพลาดซ้ำๆกับเรื่องเหล่านี้รึเปล่านะ

หากคุณหางานมาพักใหญ่แต่ยังไม่ได้งาน การดันทุรังหางานต่อไปโดยไม่หยุดคิดใคร่ครวญ ดูจะเป็นทางหนึ่งที่ยิ่งทำให้พลังในตัวคุณหมดลงจริงไหม ? ถ้าหยุดพักและมองหาข้อผิดพลาด แก้ไขก่อนที่จะหางานต่อไปแบบนี้น่าจะได้พักทั้งกายและใจ

หากคุณกำลังคิดจะพักและมองหาข้อผิดพลาดที่ได้ทำลงไปในขณะที่หางาน เราได้สรุปเอาข้อผิดพลาดที่คนหางานหลายคนได้ทำผิดพลาดซ้ำๆมาให้คุณลองคิดดูว่าตรงกับสิ่งที่คุณทำหรือไม่ และแน่นอนจะแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้อย่างไร เรามีคำตอบมาให้ ไปดูกันเถอะ

1. รู้สึกประหม่าทุกครั้ง

แม้ได้ศึกษา วิธีการหางานและวิธีการเขียน resume มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่เมื่อไปถึงขั้นตอนการสมัครและสัมภาษณ์งานก็ยังคงประหม่า

ทางแก้ไข  คือ ซ้อม ซ้อม และซ้อมจนมีความเป็นธรรมชาติ แสดงบทบาทสมมุติกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวให้เขาเป็นกรรมการสัมภาษณ์ และคุณซ้อมตอบคำถามโดยการพูดออกมาจริงๆ ให้มีการให้คะแนนกันจริงๆว่าจะให้ผ่านการสัมภาษณ์หรือไม่ และสอบถามความคิดเห้นของผู้ร่วมแสดงบทบาทสมมุติว่าคุณตอบคำถามดีหรือไม่

2. มีทัศนคติในแง่ลบเกี่ยวกับการหางาน

บางคนนั้นรู้แค่ว่าต้องไปสมัครงานไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องได้งานเมื่อ Passion ของคุณไม่มากพอก็ไม่แปลกที่จะพลาดงาน เช่น หลายคนไม่เห็นข้อดีของตนเองเลย ไม่เห็นความโดเด่นของตนเอง นำเสนอตัวเองไม่เป็น และค่อยภูมิใจในตัวเอง ใจฝ่อตั้งแต่ออกจากบ้านเพื่อไปสัมภาษณ์งาน และคิดตอกย้ำตัวเองว่าคงไม่ได้งาน

ทางแก้ไข  คิดบวกไว้ให้มาก พิจารณาหาข้อดีของตนเอง ฝึกการนำเสนอตัวเอง คนเราต้องมีข้อดี และ การหาข้อดีที่ส่งเสริมกับการทำงานในตำแหน่งงานมานำเสนอได้นั้นจะดีมาก

3. ขาดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการหางานแบบไหน

หลายคนส่งใบสมัครไปเรื่อยๆ  เพราะคิดแค่ว่าควรหางานก็หางานไม่พิจารณาคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างต้องการว่าตรงกับตนเองหรือไม่ และสนใจในการทำงานร่วมกับองค์กรนั้นๆหรือไม่

ทางแก้ไข  จงหางานแบบมีโฟกัส คือ พิจารณาความต้องการของคุณเอง พิจารณาความสามารถ เลือกองค์กรที่สนใจและความสามารถของคุณถึงในตำแหน่งที่เปิดรับ หากยังไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวต้องฝึกตัวเองให้พร้อมในระดับหนึ่งก่อนไปสมัครงาน

4. ประมาทกับการเขียน resume

Resume เป็นสิ่งแรกที่ทำให้คุณได้ทำความรู้จักกับฝ่าย HR หรือ นายจ้าง แต่คุณไม่เขียนออกมาในลักษณะการนำเสนอตัวเอง ไม่กล่าวถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจของคุณ

ทางแก้ไข ศึกษาเทคนิคการเขียน resume จากหลายๆเหล่าหลากหลายตัวอย่างเลือกวิธีการและเทคนิคดีๆจากหลายๆที่มาใช้ ร่าง resume และส่งให้เพื่อน หรือ คนที่มีความรู้ช่วยตรวจทานและให้คำแนะนำ

5. ไม่ศึกษาองค์กรที่สมัครงาน

หลายคนที่สมัครงานโดยไม่ศึกษาข้อมูลขององค์กร เมื่อถูกถามเกี่ยวกับองค์กรก็ตอบไม่ได้ แสดงถึงความไม่ใส่ใจ

ทางแก้ ศึกษาข้อมูลสำคัญขององค์กร เช่น ประวัติ รูปแบบกิจการ สินค้าและบริการสำคัญ พันธกิจ วิสัยทัศน์ขององค์กร

Please follow and like us:

อยากสร้างคะแนนด้วย First Impression ต้องเลือกรูปสมัครงานให้ดี

หากคุณกำลังจะไปสมัครงาน เอกสารทุกอย่างครบถ้วน เรซูเม่ก็เขียนออกมาอย่างดี ถ้าคุณคิดว่าทุกอย่างดูโอเค  และพร้อมสำหรับการสมัครงานแล้ว !! ขอให้มองดูรูปที่ใช้สำหรับการสมัครงานสักนิด

รูปถ่ายเพื่อติดใบสมัครงาน ถือเป็นอีกหนึ่ง เอกสารสำคัญ ที่มีส่วนสำคัญมากทีเดียวที่จะทำให้คุณได้งาน หรือ พลาดโอกาสได้งานดีๆ รูปถ่ายแบบไหนกันนะที่ควรนำมาติดในใบสมัครงาน ก่อนอื่นเลยคุณต้องพิจารณาความเหมาะสมของภาพถ่ายจากปัจจัยแวดล้อมดังนี้

อยากสร้างคะแนนด้วย First Impression

1. ตำแหน่งงานที่คุณไปสมัคร

แน่นอนว่า ถ้าคุณไปสมัครในตำแหน่งที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น ระดับพนักงานปฏิบัติการหัวหน้างาน  ผู้จัดการทุกระดับ สำหรับผู้ชายควรเป็นภาพถ่ายที่สวมเสื้อสีสุภาพและผูกเนคไทสีพื้น คลุมทับด้วยสูท เน้นสูทสีสุภาพเช่นกัน คือ  สีกรมท่า สีน้ำเงิน สีครีม หรือ สีดำ

สำหรับคุณผู้หญิงนั้นควรสวมเสื้อสีพื้นมีปก จำไว้ว่าอย่าเลือกคอกลมโดยเด็ดขาดมันสะท้อนถึงความไม่เป็นมืออาชีพ   ไม่ควรสวมเครื่องประดับและติดเครื่องประดับที่ชุด ควรสวมสูทพอดี

ในขณะที่ผู้ที่ไปสมัครงานในตำแหย่งที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์สูงภาพถ่ายในลักษณะที่กล่าวมาอาจไม่สะท้อนตัวตนของคุณสามารถใช้ภาพที่ดูมีอิริยาบถที่ดูสบายๆได้ แต่ต้องไม่กาลเทศะและความเหมาะสม  คุณอาจใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ก็ได้ไม่ผิดอะไร แต่ต้องมองออกมาแล้วไม่ทำลายบุคลิกภาพที่ดี

2. เสื้อผ้าเหมาะสมแล้ว ก็ต้องไม่ลืมตรวจดูทรงผม

สุภาพบุรุษนั้นควรจัดการกับทรงผมให้มีความเรียบร้อยแม้จะมีการใส่แฟชั่นลงไปในทรงผมแต่ต้องมีขอบเขต ขอให้ออกมาในลุคที่คุณดูดีไม่ดูขรึมมากเกินไปจนดูผิดธรรมชาติ และอย่าลืมโกนหนวด โกนเคราให้เรียบร้อยด้วย

job-apply-photo

คุณผู้หญิงต้องขอเลยว่าอย่าถ่ายรูปสมัครงานด้วยทรงผมที่มีสีสันจัดจ้าน  ไฮไลท์ หนักๆ เพราะนั่นไม่ได้ทำให้คุณดูดีในสายตากรรมการ แต่ก็ไม่ใช่จะต้องมาในลุคผมดำสนิทตัดผมตรงหรือรวบตึงเสมอไป ขอให้ออกมาแล้วเสริมบุคลิกให้คุณดูน่ามองจะดีกว่า  และในบางตำแหน่งงานที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงให้คุณต้องถ่ายภาพเกล้าผม ก็จงหลีกเลี่ยงจะดีกว่าเพราะมันดุขาดความเป็นธรรมชาติมากทีเดียว และอย่าลืม ห้ามคาดผมหรือติดเครื่องประดับที่ผมโดยเด็ดขาด

3.อย่าได้ลืมใส่ใจกับผิวหน้า

คุณผู้ชายหลายคนที่ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แต่ขอให้ใส่ใจเถอะเพราะการจะปล่อยหน้าที่มีสิว ผิวหยาบกร้านไปให้กรรมการเห็นคุณจากภาพแรกก็ดูไม่ค่อยน่าประทับใจจริงไหม อย่างน้อยควรให้ช่างภาพจัดการกับข้อบกพร่องเหล่านี้ของคุณสักหน่อย ส่วนคุณผู้หญิงนั้นไม่น่าห่วงในเรื่องนี้ ขอแค่อย่ามากไปแค่นั้นพอ และโทนการแต่งหน้าที่ไม่ควรเลยในการถ่ายภาพสมัครงานคือ ลุคหลากสีเป็นนกแก้ว ตาฟ้า แก้มส้ม ปากแดง เพราะมันดูไม่มีความเป็นมืออาชีพ โทนสีสุภาพเช่นสีน้ำตาลส้ม หรือ น้ำตาลชมพูทำให้คุณดูดีกว่ามาก

สุดท้ายจำไว้ว่าอย่าเอารูปชุดนักศึกษาไปสมัครงาน รูปชุดครุยก็จงเก็บไว้ภูมิใจที่บ้าน ส่วนภาพสติ๊กเกอร์หรือภาพถ่ายที่ปริ้นใส่กระดาษธรรมดาไม่ควรเอาใช้เด็ดขาด และควรถ่ายภาพโดยใช้พื้นหลังสีน้ำเงินจะดีที่สุด

Please follow and like us: