วางแผนหางานอาชีพอิสระ ใช้ดีเพื่อชีวิตอิสระตามที่คุณหวัง

หลายคนที่ได้ยินได้ฟังคำปลุกใจที่ให้คุณก้าวออกจากความคุ้นชินเดิมๆ อย่าง อาชีพอิสระ เพื่อ อิสระทางการเงิน และชีวิตอิสระ  คนที่ได้ยินได้ฟังก็มักนึกถึง การที่ชีวิตดีขึ้น สถานนะการเงินดีขึ้น แต่ไม่ใช้ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จกับการหางานอาชีพอิสระ เช่น งานขาย การตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระ ควรพิจารณาอย่างรอบครอบ  หากกำลังมองหาอาชีพอิสระขอให้คุณพิจารณาดังต่อไปนี้

  1. ถ้าใครยังทำงานประจำอยู่ควรทำควบคู่ไปกับงานประจำก่อนอย่าเพิ่งลาออกมาทำเต็มตัวควรศึกษาข้อมูลและทดลองทำดูก่อน และก่อนที่จะลาออกมาทำเต็มตัวจงมั่นใจว่าคุณมีเงินใช้ต่อจากนี้อีก 6 เดือนอย่างที่จะไม่ลำบาก
  2. ถามตัวเองว่าชอบอะไรบ้าง เช่น ชอบอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยว ชอบต้นไม้ ชอบคุยกับผู้คน ชอบทำอาหาร ชอบเล่นกีฬา เรียงลำดับความชอบทั้งหมดว่าเราชอบอะไร มุ่งไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบว่าสามารถสร้างรายได้ได้อย่างไร
  3. วางแผนในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนั้นๆในด้านต่างๆ เช่น ขั้นตอนในการเริ่มต้น เงินลงทุน การบริหารงานในด้านการตลาด การผลิต การขาย การบริหารเงิน ศึกษาประสบการณ์ของผู้ที่ทำอาชีพนี้แล้วประสบความสำเร็จและเรียนรู้จากคนที่เคยทำอาชีพนี้และล้มเหลวมาก่อน การตัดสินใจเลือกอาชีพที่เราชอบ อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ความอิสระที่คุณกำลังตามหา แต่ขอให้ดูให้เหมาะสมกับเงื่อนไขที่เราต้องการ และมีความเป็นไปได้มากที่สุด
  4. คุณวางขอบเขตของคำว่า “อิสระ”ไว้ในระดับใด หากคำว่าอิสระคือไม่ต้องทำงานเช้าถึงเย็นเข้างานตามเวลา ทำสัปดาห์ละ 5-6 วัน คุณก็คงไม่ได้มองหางานประจำที่ทำในออฟฟิตแน่นอน น่าจะเป็นงานที่คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่กระทบกับคนอื่น หากมองว่าการทำงานอิสระของคุณคือการลงทุนในธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้เงินทำงานเพื่อจะได้มีอิสระทางการเงิน คุณก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าคุณมีต้นทุนพอที่จะลงทุนหรือไม่
  5. เมื่อเลือกอาชีพที่คุณคิดว่าจะนำคุณไปสู่ความอิสระ อาจจะทั้งเรื่องรายได้ เวลา การใช้ชีวิต ได้แล้ว จะเข้าสู่การวางแผนการเริ่มต้นทำอาชีพหรือธุรกิจ เป็นการลงรายละเอียดว่า ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เมื่อไหร่ อย่างไร ต้องศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องใช้งบประมาณเท่าไร่ หาจากแหล่งใด รวมไปถึงการคำนวณระยะคืนทุน ทั้งนี่ควรจะมีแผนสำรองรองรับกรณีที่แผนงานหลักไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

find-job

คนที่ต้องการหาอาชีพอิสระหรือ ฟรีแลนซ์ ต้องการออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ต้องวางแผนมากกว่าการหางานทั่วไปเพราะคุณกำลังจะเป็นผู้จัดการงานนั้นด้วยตัวเอง และต้องมีวินัยในการจัดการตัวเองด้วย ก่อนที่จะหางานอาชีพอิสระ จงวางแผนให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นชีวิตอิสระที่คุณใฝ่หาอาจเป็นกับดักที่ขังคุณเองก็เป็นได้    คิดไตร่ตรองให้ดี ปรึกษาผู้มีความรู้ หรือประสบการณ์ รวมถึงสำรวจภาระที่คุณต้องรับผิดชอบก่อนตัดสินใจ

Please follow and like us:

รวมคำถามสัมภาษณ์งาน ที่เหมือนง่ายแต่ตอบยาก

คนหางานที่ผ่านการสัมภาษณ์งานมาแล้วหลายที่ หรือ คนที่อ่อนประสบการณ์ มักเจอคำถามคล้ายๆกัน เป็นคำถามที่ดูเหมือนง่ายแต่ยากนักที่จะตอบออกมาให้ได้อย่างใจคิดและถูกใจกรรมการสัมภาษณ์งาน วันนี้เราขอรวบรวมคำถามที่ดูแสนง่าย แต่ไม่ง่ายเลยที่จะตอบให้ดี และแนวทางการตอบคำถามมาเป็นข้อมูลให้กับคนหางานทุกคน

1. คุณเคยมีประสบการณ์ทำงานนี้หรือไม่

หลักในการตอบ : ตอบตามความเป็นจริง  หากผู้สมัครงานเคยมีประสบการณ์มาก่อนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้ายังไม่มีควรบอกว่ามีประสบการณ์อื่นที่ใกล้เคียงหรือเคยฝึกงาน แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์ใด ๆ เลยก็ควรบอกไปตามตรง และควรที่จะแจ้งว่าขณะนี้กำลังศึกษาด้วยตนเองอยู่ และคุณพร้อมที่จะเรียนรู้

2. อยากถามอะไรเพิ่มไหม

หลักในการตอบ : ควรมีคำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบในงานที่ผู้สมัครงานต้องทำ
งานที่ทำจะต้องประสานกับส่วนงานไหนบ้าง เป้าหมายของฝ่ายงานเป็นอย่างไร คาดหวังจะให้ผุ้สมัครงานปฏิบัติงานอย่างไร และยังสามารถถามเกี่ยวกับสวัสดิการ โครงการฝึกอบรมของบริษัท ได้อีกด้วย

3. ทำไมคุณจึงอยากทำงานที่นี่

หลักในการตอบ : แสดงให้เห็นถึงความภูมิใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
องค์กรนี้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างไร ทั้งในด้านของการดำเนินกิจการและการดูแลสวัสดิการพนักงาน รวมถึงตัวคุณเองจะมีส่วนเข้ามาช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคตได้อย่างไร และคุณมองเห็นว่าจะมีโอกาสได้พัฒนาตนเองอย่างไรเมื่อร่วมงานกับองค์กร แสดงให้เห็นถึงความภูมิใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

4. อยากได้เงินเดือนเท่าไร

หลักในการตอบ : ตอบตามข้อมูลที่ได้ศึกษามาด้วยท่าทีที่สุภาพ
ตอบตามที่คุณได้ไปศึกษาเปรียบเทียบมาว่าคุณควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ โดยบอกเหตุผลประกอบเช่น ในตลาดงาน ตำแหน่งนี้ ได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ ลากบวกกับประสบการณ์แล้วคุณควรมีเงินเดือนท่าไหร่ เมื่อพูดจบแล้ว ควรปิดท้ายว่า ทั้งนี้ขอให้บริษัทพิจารณาตามความสามารถ จะพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถ หรือ หากไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องการเงินเดือนเท่าไรที่จะเหมาะสม ควรตอบว่าแล้วบริษัทจะเห็นสมควร

5. ทำไมออกจากงานเดิม ทำไมถึงเปลี่ยนงาน

หลักในการตอบ : จำไว้ว่าไม่ควรตำหนิที่ทำงานเดิม แม้เหตุผลที่ออกมาจะมาจากความไม่พอใจที่ทำงานเดิม เพราะคุณจะถูกมองในแง่ลบ แต่ควรเบี่ยงประเด็นในลักษณะที่กล่าวถึงองค์กรที่มาสมัครงาน เช่น คิดว่าที่ทำงานใหม่จะให้โอกาสและประสบการณ์ที่ดีกว่า หรือคุณต้องทำงานที่ท้าทายมากกว่าเดิม

6. ที่เรียนมาไม่ตรงกับตำแหน่งที่สมัครจะทำงานได้เหรอ

หลักในการตอบ : เน้นให้กรรมการเห็นว่าคุณมีความสามารถและพร้อมจะพัฒนาตัวเอง
แม้จะเรียนไม่ตรงกับงานที่มาสมัครแต่มีความสนใจในงานนี้มานาน และได้ศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบของตำแหน่งงานมาเป็นอย่างดี มีการเตรียมความรู้ และฝึกทักษะเท่าที่สามารถทำได้ เช่น การเข้าอบรมที่เกี่ยวข้อง การทำงานลักษณะนี้ในแบบ Part time มาก่อน

Please follow and like us:

5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 1]

ในปัจจุบันการ หางาน มีหลากหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า หลายๆคนมีการยื่นใบสมัครเอาไว้หลายๆที่ แต่ก็ยังไม่ได้รับเรียกสักที ซึ่งการยื่นใบสมัครไปหลายๆที่ มันยังไม่ได้ผลเท่ากับว่า เรายื่นใบสมัครไปแล้วทางฝ่ายบุคคลได้เห็นประวัติของเราหรอก

นั่นหมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าในบางครั้ง ใบสมัครของคุณอาจจะไปไม่ถึงฝ่ายบุคคลก็เป็นได้ เพราะในบริษัทใหญ่ๆมักจะมีการให้เราสมัครออนไลน์ไว้ในเว็บไซต์นั่นหมายความว่า เราต้องรอให้ฝ่ายบุคคลเข้ามาหาประวัติก่อนหางาน

ถึงจะมีโอกาส แต่ถ้าฝ่ายบุคคลไม่เข้ามา ใบสมัครของเราก็กองอยู่ตรงนั้นและในแต่ละวันก็มีคนมาสมัครงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายถึงเวลาที่เขาจะหาใบสมัครเราเจอ ก็อาจเป็นเวลาที่เราได้งานไปแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ในวันนี้ เราก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ 5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบันมาฝากกัน เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มาก็น้อยนะครับ

วิธีการแรก เลยก็คือ การฝากประวัติไว้ในเว็บไซต์สมัครงานทั่วไป อย่างเช่น jobtopgun เป็นต้น  แน่นอนว่าเป็นวิธีสุดคลาสสิกและยังได้รับผลดีในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางที่ฝ่ายบุคคลเอาไว้ค้นหามากที่สุดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้คุณจำเป็นจะต้องระบุรายละเอียดให้ชัด โดยเฉพาะที่อยู่ปัจจุบัน

เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายบุคคลมักจะค้นหาจากที่อยู่เป็นองค์ประกอบสำคัญนั่นเอง แน่นอนว่าวิธีการนี้ฟรี เราควรจะให้เวลามันสักหน่อยเพื่อให้ได้ข้อมูลของเราที่ครบครันมากที่สุด สำหรับวิธีการที่สองเลยก็คือ หน้าเว็บไซต์หรือหน้าแฟนเพจของบริษัท ในปัจจุบันหลายๆบริษัท ใช้ Facebook กันมากขึ้น

เพราะฉะนั้นแล้ว ก็มักจะมีประกาศรับสมัครงานไว้ที่หน้าแฟนเพจของตนเองไปเลย เมื่อเราเห็นประกาศรับสมัครงาน เราก็สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อส่งใบสมัครงานได้โดยตรงเลย วิธีการนี้ ทำให้เรามั่นใจว่า ตำแหน่งที่เขาโพสต์ลง เป็นตำแหน่งที่ทางบริษัทต้องการคนจริงๆ เมื่อเราส่งใบสมัครเข้าไปแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าถึงฝ่ายบุคคลอย่างแน่นอน

อ่านต่อ 5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 2]

Please follow and like us:

5 วิธีสมัครงาน ให้ได้ผลดีที่สุดในยุคปัจจุบัน [Part 2]

หางาน

สำหรับวิธีการที่สาม ก็คือ การฝากประวัติตนเองไว้กับเอเจนซี่จัดหางาน ในปัจจุบัน ตัวเราก็เหมือนสินค้าอย่างหนึ่งที่ มีคนสามารถนำไปหาเงินได้เหมือนกัน นั่นก็คือ บริษัทรับจัดหางานเอกชนต่างๆซึ่งมีฐานลูกค้าของเขาเองอยู่แล้ว

หากเป็นนักศึกษาจบใหม่ ส่วนมากมักจะเป็นตลาดแรงงานกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น แต่สำหรับผู้มีประสบการณ์จะมีตำแหน่งมากมายรองรับ เนื่องจาก บางบริษัทที่ไม่ใหญ่มาก เขาไม่มีฝ่ายบุคคลในส่วนการสรรหาพนันงานหรอก และอาจจะไม่มีการลงประกาศรับสมัครงานด้วยซ้ำ เพราะเขาใช้เอเจนซี่จัดหางานให้

การใช้เอเจนซี่ดีกับบริษัทด้วย เอเจนซี่จะมีการกรองผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติตรงและสัมภาษณ์เบื้องต้นด้วย สำหรับตัวเราแล้ว การฝากประวัติไว้กับเอเจนซี่ นอกจากจะฟรีแล้ว ยังจะได้รับคำแนะนำจากเอเจนซี่ในการสมัครงานอีกมากมายด้วย ทำไมเอเจนซี่ถึงใจดีแบบนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า หากทำให้คุณได้งานได้ พวกเขาก็ได้รับเงินค่าจ้างนั่นเอง  ถือว่าวินวินกันทั้งสองฝ่าย

วิธีการที่สี่ ก็คือ สำนักงานจัดหางานนั่นเอง การสมัครงานผ่าน สำนักงานจัดหางานหลายๆคนอาจจะมองว่าได้งานจริงหรือ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไม่แปลกที่หลายคนคิดแบบนั้น เพราะ ระบบการทำงานของสำนักงานจัดหางาน ถือว่า แย่มาก ถ้าเป็นบริษัทเอกชนก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามนี่คือฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด

ยังมีหลายๆบริษัท ที่เลือกจะไปค้นหาข้อมูลที่จัดหางาน นอกจากนั้นแล้ว เหตุผลที่เราแนะนำจัดหางานก็เพราะว่า หากคุณกำลังตกงานหรือเพิ่งลาออกจากที่เก่า และมีการจ่ายประกันสังคม คุณสามารถเช็คสิทธิ์ได้ว่า คุณจะได้รับเงินว่างงานหรือเปล่า เพราะส่วนหนึ่งของประกันสังคมที่เราจ่ายมีเรื่องของการว่างงานอยู่ด้วย

ในเมื่อยังไงคุณก็ต้องติดต่อหน่วยงานราชการนี้อยู่แล้ว ก็ไม่เสียหายที่จะไปลงว่างงาน หรือดูตำแหน่งงานที่อัพเดตของสำนักงานจัดหางาน ไม่แน่ว่าหากคุณโชคดี อาจจะหางาน ได้จากสำนักงานจัดหางานก็ได้เหมือนกัน

www.jobtopgun.com

สำหรับวิธีการที่ห้านั้น ก็คือ สมัครงานที่ ตลาดแรงงาน ในแต่ละปี จะมีมหกรรมจัดหางานขึ้นเยอะมาก ทั้งของภาครัฐและเอกชน โดยส่วนตัวแล้วเราแนะนำ ของเอกชน รวมไปถึงการจัดตามมหาวิทยาลัยมากกว่า เพราะ ตลาดแรงงานภาครัฐส่วนใหญ่แล้ว มักจะต้องการผู้สมัครในระดับแรงงานมากกว่า แต่ก็ลองไปดูได้เหมือนกัน อย่างที่บอกเมื่อข้อที่แล้วว่า

ถ้าคุณโชคดีอาจจะได้งานจากสำนักจัดหางานได้เหมือนกัน ถ้าเป็นตลาดแรงงานที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหรือเอกชน จะมีบริษัทค่อนข้างหลากหลายให้เราเลือก เราก็สามารถหย่อนใบสมัครไว้ได้ตามที่อยากหย่อนเลย หากบริษัทเหล่านั้นต้องการคนจริง ถึงอย่างไรก็ต้องมีติดต่อเรากลับมาบ้าง

เป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้ง 5 ช่องทางในการสมัครงานที่เรานำมาฝากกัน แน่นอนว่า ถ้าให้เราแนะนำคุณควรจะลองทำทั้งห้าข้อเลย เพราะมันก็ไม่ได้เสียเงินหรือมีค่าใช้จ่ายอะไร อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะบอกเสมอว่า โอกาสแรกของคุณก็คือ การสมัครงาน แต่ มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าคุณสมัครงาน แล้วพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ รวมถึง เมื่อมีโอกาสถูกเรียกไปสัมภาษณ์แล้ว กลับทำได้ไม่ดี จนไม่ได้งาน เพราะคนเราเมื่อมีโอกาสอะไรแล้วจงพยายามทำอย่างเต็มที่ที่สุด

 

Please follow and like us:

คุณยังพลาดการได้งาน เพราะพลาดซ้ำๆกับเรื่องเหล่านี้รึเปล่านะ

หากคุณหางานมาพักใหญ่แต่ยังไม่ได้งาน การดันทุรังหางานต่อไปโดยไม่หยุดคิดใคร่ครวญ ดูจะเป็นทางหนึ่งที่ยิ่งทำให้พลังในตัวคุณหมดลงจริงไหม ? ถ้าหยุดพักและมองหาข้อผิดพลาด แก้ไขก่อนที่จะหางานต่อไปแบบนี้น่าจะได้พักทั้งกายและใจ

หากคุณกำลังคิดจะพักและมองหาข้อผิดพลาดที่ได้ทำลงไปในขณะที่หางาน เราได้สรุปเอาข้อผิดพลาดที่คนหางานหลายคนได้ทำผิดพลาดซ้ำๆมาให้คุณลองคิดดูว่าตรงกับสิ่งที่คุณทำหรือไม่ และแน่นอนจะแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้อย่างไร เรามีคำตอบมาให้ ไปดูกันเถอะ

1. รู้สึกประหม่าทุกครั้ง

แม้ได้ศึกษา วิธีการหางานและวิธีการเขียน resume มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่เมื่อไปถึงขั้นตอนการสมัครและสัมภาษณ์งานก็ยังคงประหม่า

ทางแก้ไข  คือ ซ้อม ซ้อม และซ้อมจนมีความเป็นธรรมชาติ แสดงบทบาทสมมุติกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวให้เขาเป็นกรรมการสัมภาษณ์ และคุณซ้อมตอบคำถามโดยการพูดออกมาจริงๆ ให้มีการให้คะแนนกันจริงๆว่าจะให้ผ่านการสัมภาษณ์หรือไม่ และสอบถามความคิดเห้นของผู้ร่วมแสดงบทบาทสมมุติว่าคุณตอบคำถามดีหรือไม่

2. มีทัศนคติในแง่ลบเกี่ยวกับการหางาน

บางคนนั้นรู้แค่ว่าต้องไปสมัครงานไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องได้งานเมื่อ Passion ของคุณไม่มากพอก็ไม่แปลกที่จะพลาดงาน เช่น หลายคนไม่เห็นข้อดีของตนเองเลย ไม่เห็นความโดเด่นของตนเอง นำเสนอตัวเองไม่เป็น และค่อยภูมิใจในตัวเอง ใจฝ่อตั้งแต่ออกจากบ้านเพื่อไปสัมภาษณ์งาน และคิดตอกย้ำตัวเองว่าคงไม่ได้งาน

ทางแก้ไข  คิดบวกไว้ให้มาก พิจารณาหาข้อดีของตนเอง ฝึกการนำเสนอตัวเอง คนเราต้องมีข้อดี และ การหาข้อดีที่ส่งเสริมกับการทำงานในตำแหน่งงานมานำเสนอได้นั้นจะดีมาก

3. ขาดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการหางานแบบไหน

หลายคนส่งใบสมัครไปเรื่อยๆ  เพราะคิดแค่ว่าควรหางานก็หางานไม่พิจารณาคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างต้องการว่าตรงกับตนเองหรือไม่ และสนใจในการทำงานร่วมกับองค์กรนั้นๆหรือไม่

ทางแก้ไข  จงหางานแบบมีโฟกัส คือ พิจารณาความต้องการของคุณเอง พิจารณาความสามารถ เลือกองค์กรที่สนใจและความสามารถของคุณถึงในตำแหน่งที่เปิดรับ หากยังไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวต้องฝึกตัวเองให้พร้อมในระดับหนึ่งก่อนไปสมัครงาน

4. ประมาทกับการเขียน resume

Resume เป็นสิ่งแรกที่ทำให้คุณได้ทำความรู้จักกับฝ่าย HR หรือ นายจ้าง แต่คุณไม่เขียนออกมาในลักษณะการนำเสนอตัวเอง ไม่กล่าวถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจของคุณ

ทางแก้ไข ศึกษาเทคนิคการเขียน resume จากหลายๆเหล่าหลากหลายตัวอย่างเลือกวิธีการและเทคนิคดีๆจากหลายๆที่มาใช้ ร่าง resume และส่งให้เพื่อน หรือ คนที่มีความรู้ช่วยตรวจทานและให้คำแนะนำ

5. ไม่ศึกษาองค์กรที่สมัครงาน

หลายคนที่สมัครงานโดยไม่ศึกษาข้อมูลขององค์กร เมื่อถูกถามเกี่ยวกับองค์กรก็ตอบไม่ได้ แสดงถึงความไม่ใส่ใจ

ทางแก้ ศึกษาข้อมูลสำคัญขององค์กร เช่น ประวัติ รูปแบบกิจการ สินค้าและบริการสำคัญ พันธกิจ วิสัยทัศน์ขององค์กร

Please follow and like us:

จริงหรือไม่ที่ว่าสมัยนี้หางานยาก

งานสมัยนี้หายาก จะใช้จะจ่ายอะไรก็ต้องระวัง ต้องพิจารณาดีๆ เป็นคำพูดที่ได้ยินจนชินหูแล้วล่ะค่ะ ประโยคหลังนี่น่าจะต้องเห็นด้วยด้วยประการทั้งปวง แต่ที่ว่างานสมัยนี้หายาก ท่าทางจะไม่จริงค่ะ

เพราะหากลองพิจารณากันดีๆ แล้วยังมีแหล่งงาน บริษัทห้างร้าน อีกมากมาย ที่ยังต้องการแรงงาน นี่ยังไม่นับรวมงานอาชีพอิสระ (Free lance) และธุรกิจส่วนตัวอีกก็เพียบเลยล่ะค่ะ หากเรามีเป้าหมายในชีวิตซะอย่าง ไม่มีสมัยไหนที่งานจะหายากแน่นอนค่ะ

เปิดมุมมองใหม่ สร้างโอกาสให้ตัวเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหางานทำ แล้วรู้สึกว่างานมันช่างหายากเสียจริง อาจจะต้องลองกลับมาทบทวนกันใหม่อีกนิดนึงค่ะว่า งานหายาก หรือตัวเราที่ยาก ยากในที่นี้หมายถึงยากที่จะหางานให้ถูกใจนะคะ

เพราะเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธค่ะว่าสมัยนี้เรามีความอดทนน้อยลง เพราะสิ่งต่างๆ เอื้ออำนวยความสะดวกให้เรามากขึ้น เช่น เทคโนโลยี  ระบบขนส่ง  ระบบโทรคมนาคม เราแทบไม่ต้องรออะไรอยากได้อะไรก็คลิกเดียวจบ สิ่งนี้ทำให้เราติดนิสัยเมื่อเข้าไปทำงานได้ไม่นาน และเมื่อมีสิ่งที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้ เราก็ลาออกและหางานใหม่

 

หากพิจารณาดีๆ แล้ว สมัยนี้งานหาง่ายมากค่ะ มิเช่นนั้นแล้ว อัตราการลาออกในปัจจุบัน จะสูงกว่าสมัยก่อนได้อย่างไร เพราะคนเราเอะอะลาออกแล้วก็หางานใหม่

เอะอะอีกก็ลาออกอีกแล้วก็หางานใหม่ นั่นไม่ใช่เพราะงานหาง่ายหรืออย่างไร เพราะหากงานเป็นสิ่งที่หายากจริงแล้วล่ะก็คงไม่มีใครผลีผลามลาออกได้ง่ายๆ แน่นอนค่ะ

อาชีพอิสระ สร้างเจ้าของธุรกิจ

ดังนั้นแล้ว Confirm ว่าสมัยนี้งานหาได้ไม่ยากเลยค่ะ เราลองมาดูเพิ่มเติมอีกนิดในส่วนของอาชีพอิสระค่ะ หากเราลองเดินเข้าไปในออฟฟิศสักแห่งหนึ่ง แล้วสุ่มถามใครสักคนในนั้น เช่น พนักงานบริษัท เชื่อได้เลยว่า น้อยคนนักที่จะทำงานในบริษัทแห่งนั้นเพียงอย่างเดียว

เพราะอาชีพที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำก็มีมากมายหลายหลาก เช่น ขายของออนไลน์ ซึ่งสมัยนี้เป็นที่นิยมกันมากค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ วันรุ่น ดังที่จะเห็นใน Face book ค่ะว่า มีการ Live สด เพื่อนำเสนอสิ้นค้า หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Live ขายของนั่นเองค่ะ

ส่วนมาก 100% จะเป็นการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ หลายเจ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และนี่ก็เป็นรูปแบบการนำเสนอสินค้าและการปล่อยของออกไปได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องสต๊อคของนานให้จมทุนอีกด้วยค่ะ

เห็นมั๊ยคะว่า หากเรามองหาและกล้าที่จะลงมือทำ เราทำได้มากกว่าหนึ่งอย่างเสมอ และงานก็หาง่ายมากค่ะ อยู่ที่เราเลือกหรือไม่เลือกนะคะ

Please follow and like us: