หางานตามราศีเกิด ได้งานดีๆที่เสริมความรุ่งเรือง

การหางานนอกจากความมีวิริยะอุตาสาหะ ความพยายาม และการเตรียมตัวที่ดี บางครั้งบางทีเรื่องของโชควาสนาก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และบางคนที่หางานไม่ได้สักทีก็อาจเพราะคุณหางานที่ไม่ถูกโฉลกกับคุณหรือเปล่านะ อันนี้ก็น่าคิด ลองมาดูสิว่าศาสตร์เรื่องโชคชะตาได้บอกถึงอาชีพตามราศีเกิดไว้ว่าอย่างไร งานนี้ถ้าขยับขยายหางานตามราศีเกิดตรงตามราศีเกิดอาจจะรุ่งเรื่องก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็เป็นได้

ท่านว่าไว้ว่า คนเกิดราศีเมษ (13 เมษายน – 13 พฤษภาคม)  ซึ่งเป็นราศีแห่งธาตุไฟ มีความเป็นผู้นำ ไม่เกรงกลัวอะไร คุณควรทำอาชีพเกี่ยวกับทหาร ตำรวจ งานปราบปราม นักต่อสู้ งานแข่งขัน งานที่ต้องเดินทางบ่อย งานอิสระ จะรุ่งเรื่อง

ท่านที่เกิดในราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม – 13 มิถุนายน)   ธาตุดิน เป็นราศีแห่งความมีเสน่ห์ ความสดใส คุณควรทำงานอยู่กับที่ ใช้ความคิด ขายของสวยงาม เช่น ขายจิวเวลรี่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ นักแสดง งานบันเทิง งานศิลปะ

ชาวราศีเมถุน (14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม)  ธาตุลม มีความว่องไว มีปฏิภาณไหวพริบดี ช่างเจรจา คุณควรทำงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร งานประชาสัมพันธ์ งานที่ได้เดินทาง

หญิงชายชาวราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม)   ธาตุน้ำ มีความใจเย็น นุ่มนวล มีเสน่ห์ คุณควรทำงานบริการ เช่น งานต้อนรับ งานท่องเที่ยว งานค้าขาย งานเกี่ยวกับทางน้ำ งานเกี่ยวกับสตรีและเด็ก

ท่านที่เกิด ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 16 กันยายน)  ธาตุไฟ เป็นราศีแห่งผู้นำ ทำงานรับราชการ จะเจริญรุ่งเรืองดีนัก

ชาวราศีกันย์ (17 กันยายน – 16 ตุลาคม)   ธาตุดิน ควรทำงานที่ให้ความมั่นคง และเหมาะกับการเป็นนักคิดนักเจรจา ทำอาชีพค้าขาย งานสอน เปิดโรงเรียนกวดวิชา นักวางแผน งานที่ต้องใช้คำพูด งานนักเขียน และงานกฎหมาย

คนที่เกิดในราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน)   ธาตุลม มีความว่องไว มีปฏิภาณไหวพริบ คุณควรทำอาชีพเป็นนักแสดง งานบันเทิง งานศิลปะ งานที่ต้องเดินทาง ขายของสวยงาม ขายอาหาร

ชาวราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม)  ธาตุน้ำ มีความนิ่มนวล ดูเหมือนใจเย็น แต่แข็งใน เป็นราศีแห่งนักต่อสู้ คุณควรทำอาชีพ งานด้านการวางแผน งานนักการตลาด งานกลยุทธ์

คนราศีธนู (16 ธันวาคม – 15 มกราคม)   ธาตุไฟ ราศีแห่งอุดมการณ์ และเจ้าเหตุผล อาชีพที่เหมาะกับคุณ คือ งานครูบาอาจารย์ งานกฎหมาย งานมูลนิธิ งานวางแผน งานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ งานธนาคาร

ชาวราศีมังกร (16 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์)   ธาตุดิน หนักแน่นสุขุมนุ่มลึก และไม่เกรงกลัวใคร ชอบสันโดษ เหมาะกับงานที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม กสิกรรม

ชาวราศีกุมภ์  (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)   ราศีธาตุลม มีปฏิภาณไหวพริบดี อาจทำงานที่ไม่ต้องอิงกับศีลธรรมมากนัก เช่น เปิดผับบาร์ ขายสุรา บุหรี่

คนที่เกิดราศีมีน (14 มีนาคม – 12 เมษายน)  ธาตุน้ำ หมายถึง ความใจเย็น นุ่มนวล เป็นราศีวางตนเป็นผู้ใหญ่ คุณควรทำอาชีพ เป็นครูบาอาจารย์ งานวางแผน งานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ งานเกี่ยวกับการธนาคาร

Please follow and like us:

จริงหรือไม่ที่ว่าสมัยนี้หางานยาก

งานสมัยนี้หายาก จะใช้จะจ่ายอะไรก็ต้องระวัง ต้องพิจารณาดีๆ เป็นคำพูดที่ได้ยินจนชินหูแล้วล่ะค่ะ ประโยคหลังนี่น่าจะต้องเห็นด้วยด้วยประการทั้งปวง แต่ที่ว่างานสมัยนี้หายาก ท่าทางจะไม่จริงค่ะ

เพราะหากลองพิจารณากันดีๆ แล้วยังมีแหล่งงาน บริษัทห้างร้าน อีกมากมาย ที่ยังต้องการแรงงาน นี่ยังไม่นับรวมงานอาชีพอิสระ (Free lance) และธุรกิจส่วนตัวอีกก็เพียบเลยล่ะค่ะ หากเรามีเป้าหมายในชีวิตซะอย่าง ไม่มีสมัยไหนที่งานจะหายากแน่นอนค่ะ

เปิดมุมมองใหม่ สร้างโอกาสให้ตัวเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหางานทำ แล้วรู้สึกว่างานมันช่างหายากเสียจริง อาจจะต้องลองกลับมาทบทวนกันใหม่อีกนิดนึงค่ะว่า งานหายาก หรือตัวเราที่ยาก ยากในที่นี้หมายถึงยากที่จะหางานให้ถูกใจนะคะ

เพราะเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธค่ะว่าสมัยนี้เรามีความอดทนน้อยลง เพราะสิ่งต่างๆ เอื้ออำนวยความสะดวกให้เรามากขึ้น เช่น เทคโนโลยี  ระบบขนส่ง  ระบบโทรคมนาคม เราแทบไม่ต้องรออะไรอยากได้อะไรก็คลิกเดียวจบ สิ่งนี้ทำให้เราติดนิสัยเมื่อเข้าไปทำงานได้ไม่นาน และเมื่อมีสิ่งที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้ เราก็ลาออกและหางานใหม่

 

หากพิจารณาดีๆ แล้ว สมัยนี้งานหาง่ายมากค่ะ มิเช่นนั้นแล้ว อัตราการลาออกในปัจจุบัน จะสูงกว่าสมัยก่อนได้อย่างไร เพราะคนเราเอะอะลาออกแล้วก็หางานใหม่

เอะอะอีกก็ลาออกอีกแล้วก็หางานใหม่ นั่นไม่ใช่เพราะงานหาง่ายหรืออย่างไร เพราะหากงานเป็นสิ่งที่หายากจริงแล้วล่ะก็คงไม่มีใครผลีผลามลาออกได้ง่ายๆ แน่นอนค่ะ

อาชีพอิสระ สร้างเจ้าของธุรกิจ

ดังนั้นแล้ว Confirm ว่าสมัยนี้งานหาได้ไม่ยากเลยค่ะ เราลองมาดูเพิ่มเติมอีกนิดในส่วนของอาชีพอิสระค่ะ หากเราลองเดินเข้าไปในออฟฟิศสักแห่งหนึ่ง แล้วสุ่มถามใครสักคนในนั้น เช่น พนักงานบริษัท เชื่อได้เลยว่า น้อยคนนักที่จะทำงานในบริษัทแห่งนั้นเพียงอย่างเดียว

เพราะอาชีพที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำก็มีมากมายหลายหลาก เช่น ขายของออนไลน์ ซึ่งสมัยนี้เป็นที่นิยมกันมากค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ วันรุ่น ดังที่จะเห็นใน Face book ค่ะว่า มีการ Live สด เพื่อนำเสนอสิ้นค้า หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Live ขายของนั่นเองค่ะ

ส่วนมาก 100% จะเป็นการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ หลายเจ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และนี่ก็เป็นรูปแบบการนำเสนอสินค้าและการปล่อยของออกไปได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องสต๊อคของนานให้จมทุนอีกด้วยค่ะ

เห็นมั๊ยคะว่า หากเรามองหาและกล้าที่จะลงมือทำ เราทำได้มากกว่าหนึ่งอย่างเสมอ และงานก็หาง่ายมากค่ะ อยู่ที่เราเลือกหรือไม่เลือกนะคะ

Please follow and like us:

เตรียมตัวสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะสำหรับคำถามยอดฮิตนี้ ที่ทั้งนิสิตจบใหม่ หรือแม้แต่พี่เก่าที่เคยทำงานมาแล้วก็ตาม ยังคงมีข้อสงสัยอาจจะเนื่องด้วยสมัครงานมาแล้วหลายที่ก็ยังไม่โดนใจกรรมการซักที แน่นอนค่ะว่าเราน่าจะต้องบกพร่องเรื่องใดเรื่องหนึ่งถึงยังไม่ผ่านการพิจารณา แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ สำหรับพี่เก่าและรวมถึงน้องบัณฑิตใหม่ เพราะวันนี้เรามีทีเด็ดเคล็ดไม่ลับ นำมาฝากกันง่ายๆ ตามนี้เลยจ้า

1.) First Impression

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ทำไมต้องคำนึงถึง First Impression?? คำตอบคือสำคัญมากถึงมากที่สุดค่ะ เพราะ First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ ในข้อนี้ก็จะได้ใจกรรมการไปแล้ว 80% ค่ะ

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาดูกันก่อนว่า  เรา… กำลังเดินเข้าไปสมัครงานในตำแหน่งอะไร และตำแหน่งงานนี้น่าจะต้องการพนักงานที่มีบุคลิกภาพแบบไหน เช่น คล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน มั่นใจในตัวเอง เป็นต้น

หากตีโจทย์นี้ได้ เราจะสามารถพิชิตใจกรรมการได้แน่นอนค่ะ เพราะสิ่งนี้คือบุคลิกภาพภายใน ส่วนต่อไปคือบุคลิกภาพภายนอก อันดับแรกหลังจากที่ได้คำตอบแล้ว ต้องเช็คเสื้อผ้าหน้าผม ต้องเรียบร้อย แต่งหน้าน้อยๆ พองามเน้นที่ความสะอาด อันนี้ไม่เกี่ยวกับความสวยหรือไม่สวยอันเป็นมาแต่กำเนิดนะคะ

ย้ำนะคะ!! อย่าเดินเข้าไปสัมภาษณ์งานหากคุณมาแบบกระเซอะกระเซิงประหนึ่งนั่งวินถอยหลัง รับรองว่าสภาพนี้ตกรอบตั้งแต่ยังไม่ได้ตอบคำถามแรกค่ะ ในส่วนต่อมา คือการแต่งกาย ควรสวมชุดเรียบร้อย ผู้หญิงกระโปรงไม่สั้นจนเกินไป และควรใส่เสื้อสูทให้เรียบร้อย และห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ค่ะ

2.) เตรียมความเฉลียวฉลาดไปให้พร้อม

เมื่อตรวจสอบด้านกายภาพกันแล้ว ส่วนต่อมาคือ การเข้ามานั่งในห้องสัมภาษณ์งานค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมแน่นอนคือ เรซูเม่ (Resume) เตรียมเผื่อ 2 ชุดค่ะ เพราะบางที่ต้องการ 2 ชุด

หากเราเตรียมไปพร้อมก็แสดงถึงความรอบคอบและความพร้อมที่ต้องการจะทำงานของเราเช่นกันค่ะ (อย่าลืมนะคะ HR เค้าสังเกตทุกกระเบียดนิ้วค่ะ) สิ่งสำคัญอย่าลืมรูปถ่ายค่ะ บางที่อะลุ่มอล่วยให้นำมาวันหลังได้ แต่แน่นอนค่ะคุณโดนตัดคะแนนความรอบคอบไปแล้ว

การตอบคำถามต้องฉะฉาน ชัดเจน ที่สำคัญก่อนมาสัมภาษณ์ควรเข้าเวปไซท์ของบริษัทนั้นๆ แล้วศึกษาข้อมูลข้อบริษัทมาซักนิดนะคะ เช่น บริษัทนี้ทำเกี่ยวกับอะไร หากเราเดินเข้าไปสัมภาษณ์แบบไม่รู้เรื่องของที่ที่เราจะทำงานด้วยเลย นั่นแสดงว่าเราไม่ใส่ใจ ไม่ได้อยากจะทำงานที่นี่จริงค่ะ

และการตอบคำถามอย่างชาญฉลาดจะเกิดขึ้นได้ เราต้องซ้อมตอบคำถามค่ะ ตั้งเองตอบเองที่บ้านนี่ล่ะค่ะดีที่สุด เพราะเวลาตอบคำถามจริง เราจะไม่ลนลานจนเสียคะแนนค่ะ ถ้าจะให้ดีควรซ้อมหน้ากระจกและดูความมั่นใจของตัวเองไปด้วยนะคะ การตอบคำถามไปยิ้มไปจะทำให้บรรยากาศ Relax ไปถึงกรรมการด้วยค่ะ

ทำสองข้อนี้ได้ ก็มีชัยไปเกือบ 100 แล้วค่ะ ที่เหลือก็อยู่ที่การตอบคำถามคณะกรรมการแล้วนะคะ ว่าเราจะตอบโดนใจท่านๆ แค่ไหน

Please follow and like us: