อยากสร้างคะแนนด้วย First Impression ต้องเลือกรูปสมัครงานให้ดี

หากคุณกำลังจะไปสมัครงาน เอกสารทุกอย่างครบถ้วน เรซูเม่ก็เขียนออกมาอย่างดี ถ้าคุณคิดว่าทุกอย่างดูโอเค  และพร้อมสำหรับการสมัครงานแล้ว !! ขอให้มองดูรูปที่ใช้สำหรับการสมัครงานสักนิด

รูปถ่ายเพื่อติดใบสมัครงาน ถือเป็นอีกหนึ่ง เอกสารสำคัญ ที่มีส่วนสำคัญมากทีเดียวที่จะทำให้คุณได้งาน หรือ พลาดโอกาสได้งานดีๆ รูปถ่ายแบบไหนกันนะที่ควรนำมาติดในใบสมัครงาน ก่อนอื่นเลยคุณต้องพิจารณาความเหมาะสมของภาพถ่ายจากปัจจัยแวดล้อมดังนี้

อยากสร้างคะแนนด้วย First Impression

1. ตำแหน่งงานที่คุณไปสมัคร

แน่นอนว่า ถ้าคุณไปสมัครในตำแหน่งที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น ระดับพนักงานปฏิบัติการหัวหน้างาน  ผู้จัดการทุกระดับ สำหรับผู้ชายควรเป็นภาพถ่ายที่สวมเสื้อสีสุภาพและผูกเนคไทสีพื้น คลุมทับด้วยสูท เน้นสูทสีสุภาพเช่นกัน คือ  สีกรมท่า สีน้ำเงิน สีครีม หรือ สีดำ

สำหรับคุณผู้หญิงนั้นควรสวมเสื้อสีพื้นมีปก จำไว้ว่าอย่าเลือกคอกลมโดยเด็ดขาดมันสะท้อนถึงความไม่เป็นมืออาชีพ   ไม่ควรสวมเครื่องประดับและติดเครื่องประดับที่ชุด ควรสวมสูทพอดี

ในขณะที่ผู้ที่ไปสมัครงานในตำแหย่งที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์สูงภาพถ่ายในลักษณะที่กล่าวมาอาจไม่สะท้อนตัวตนของคุณสามารถใช้ภาพที่ดูมีอิริยาบถที่ดูสบายๆได้ แต่ต้องไม่กาลเทศะและความเหมาะสม  คุณอาจใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ก็ได้ไม่ผิดอะไร แต่ต้องมองออกมาแล้วไม่ทำลายบุคลิกภาพที่ดี

2. เสื้อผ้าเหมาะสมแล้ว ก็ต้องไม่ลืมตรวจดูทรงผม

สุภาพบุรุษนั้นควรจัดการกับทรงผมให้มีความเรียบร้อยแม้จะมีการใส่แฟชั่นลงไปในทรงผมแต่ต้องมีขอบเขต ขอให้ออกมาในลุคที่คุณดูดีไม่ดูขรึมมากเกินไปจนดูผิดธรรมชาติ และอย่าลืมโกนหนวด โกนเคราให้เรียบร้อยด้วย

job-apply-photo

คุณผู้หญิงต้องขอเลยว่าอย่าถ่ายรูปสมัครงานด้วยทรงผมที่มีสีสันจัดจ้าน  ไฮไลท์ หนักๆ เพราะนั่นไม่ได้ทำให้คุณดูดีในสายตากรรมการ แต่ก็ไม่ใช่จะต้องมาในลุคผมดำสนิทตัดผมตรงหรือรวบตึงเสมอไป ขอให้ออกมาแล้วเสริมบุคลิกให้คุณดูน่ามองจะดีกว่า  และในบางตำแหน่งงานที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงให้คุณต้องถ่ายภาพเกล้าผม ก็จงหลีกเลี่ยงจะดีกว่าเพราะมันดุขาดความเป็นธรรมชาติมากทีเดียว และอย่าลืม ห้ามคาดผมหรือติดเครื่องประดับที่ผมโดยเด็ดขาด

3.อย่าได้ลืมใส่ใจกับผิวหน้า

คุณผู้ชายหลายคนที่ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แต่ขอให้ใส่ใจเถอะเพราะการจะปล่อยหน้าที่มีสิว ผิวหยาบกร้านไปให้กรรมการเห็นคุณจากภาพแรกก็ดูไม่ค่อยน่าประทับใจจริงไหม อย่างน้อยควรให้ช่างภาพจัดการกับข้อบกพร่องเหล่านี้ของคุณสักหน่อย ส่วนคุณผู้หญิงนั้นไม่น่าห่วงในเรื่องนี้ ขอแค่อย่ามากไปแค่นั้นพอ และโทนการแต่งหน้าที่ไม่ควรเลยในการถ่ายภาพสมัครงานคือ ลุคหลากสีเป็นนกแก้ว ตาฟ้า แก้มส้ม ปากแดง เพราะมันดูไม่มีความเป็นมืออาชีพ โทนสีสุภาพเช่นสีน้ำตาลส้ม หรือ น้ำตาลชมพูทำให้คุณดูดีกว่ามาก

สุดท้ายจำไว้ว่าอย่าเอารูปชุดนักศึกษาไปสมัครงาน รูปชุดครุยก็จงเก็บไว้ภูมิใจที่บ้าน ส่วนภาพสติ๊กเกอร์หรือภาพถ่ายที่ปริ้นใส่กระดาษธรรมดาไม่ควรเอาใช้เด็ดขาด และควรถ่ายภาพโดยใช้พื้นหลังสีน้ำเงินจะดีที่สุด

Please follow and like us:

เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

ในการสอบสัมภาษณ์งาน สิ่งที่เราตื่นเต้นที่สุดก็ช่วงการสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษนั่นล่ะค่ะ พลางก็คิดในใจว่าอย่าว่าแต่ภาษาอังกฤษเลย ภาษาไทยก็เอาตัวรอดให้ได้ก่อนมั๊ย อะไรเทือกนี้ แต่ก็ได้แค่คิดเนาะ ตื่นมาเจอโลกแห่งความจริงกันดีกว่าค่ะ เมื่อต้องสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ เราต้องเตรียมตัวอย่างไร คำถามใดบ้างที่กรรมการจะถามในห้องสัมภาษณ์ วันนี้เรามีตัวอย่างคำถามที่เจอแน่นอนมาฝากกันให้เตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์ มีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

1.) “Could you please introduce yourself a bit? หรือ Tell me a bit about yourself”

นี่คือประโยคคำถามแรกที่จะได้ยินอย่างแน่นอนค่ะ คำถามปลายเปิดที่เค้าให้เราแนะนำตัวเองสั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเตรียมแน่นอนแล้วก็คือ เตรียมตัวเองค่ะ โดยการซ้อมๆๆๆ และก็ซ้อมค่ะ ซ้อมแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ และเมื่อซ้อมมาดีแล้ว มาถึงห้องสัมภาษณ์ก็ทำใจร่มๆ ค่ะ เวลาตอบไม่ต้องกังวลกับความถูกต้อง 100% เพราะไม่มีอะไรที่เพอร์เฟ็ค ขอให้ทำเต็มที่ที่เรามั่นใจก็พอแล้วค่ะ

2.) คำถามที่ 2 คือ Education, internship and experiences in university

มาแน่นอนกับการให้พูดถึงประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยค่ะ อันนี้ก็ควรลิสไว้เลยว่าจะพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง เวลาอยู่ในห้องสัมภาษณ์ จะได้ไม่ลนตอบนอกประเด็นออกทะเลไปไกล หรือไม่ก็เงียบกริบ ไม่รู้จะเริ่มหรือจะตอบอะไรดี การตอบคำถามนี้แนะนำว่าลองหาไกด์ไลน์จากเรซูเม่ที่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ แล้วเอามาปรับใช้ให้เป็นข้อมูลของเรา เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

3.) Professional experiences

คำถามนี้ให้เล่าถึงประสบการณ์ในการฝึกงานหรือการทำงานของเราค่ะ หากเป็นน้องใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานก็เล่าถึงการฝึกงานในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยที่เราจะต้องออกฝึกงานกันอยู่แล้วนั่นล่ะค่ะ เอามาใช้ได้เลย ส่วนคนที่เคยทำงานมาโชกโชนแล้ว พอจะมีประวัติการทำงานที่นึงหรือสองที่ก็ยกมาเล่าในแต่ละที่ได้เลยค่ะ

สังเกตว่าคำถามในการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษก็ล้อมาจากการสัมภาษณ์ภาษาไทยเลยนะคะ ฉะนั้นเราก็พอจะเดาคำถามและเตรียมตัวได้ไม่ยากค่ะ และประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหากันเยอะคือ ฟังคำถามเข้าใจ แต่เราไม่รู้จะตอบว่าอะไร นี่คือปัญหาโลกแตกค่ะ ฉะนั้นไม่มีอะไรดีไปกว่าการจำลองสถาณการณ์แล้วก็ซ้อมๆๆๆ ค่ะ การฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษก็จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากอาการอ้ำๆ อึ้งๆ เมื่อเจอคำถามได้เช่นกัน นอกจากนี้จะมีคำถามอื่นๆ ซึ่งเป็นคำถามทั่วๆ ไป เช่น ให้บอกข้อดี ข้อเสียของตนเอง , ให้พูดถึงงานอดิเรกที่ชอบทำ และ เพราะเหตุใดคุณจึงอยากร่วมงานกับเรา คำถามเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะต้องเจอเช่นกันค่ะ

Please follow and like us: